TOP

MORE INTERESTING TOPICS

Mercedes-Benz unveils the 4th Generation A-Class ก้าวแรกสู่โลกแห่ง Premium Compact Car บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “The New Mercedes-Benz A-Class” เจเนอเรชันที่ 4 “Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic” ยนตรกรรมอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด ที่จะเข้ามาเติมเต็มรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็กคาร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ “Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic” มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ขับขี่เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 1.3 ลิตร 163 แรงม้า ซึ่งถือเป็นคอมแพ็กคาร์ที่มีกำลังแรงม้ามากที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน ให้แรงบิดสูดสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ความเร็ว 1,620 รอบต่อนาที อัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 119-124 กรัมต่อกิโลเมตร และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ย 5.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายใน บรรจุเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุด พร้อมยกระดับความสะดวกสบายขณะขับขี่ด้วย MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience ระบบมัลติมีเดียที่สามารถจดจำลักษณะการใช้งานของผู้เป็นเจ้าของได้ และจะทำงานร่วมกับบริการ Mercedes me connect ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ รวมถึงบริการอื่นๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นไปอย่างสะดวกและง่ายดาย Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic นำเสนอในราคา 2,490,000 บาท สัมผัสตัวจริงได้ ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ

By MercedesBenz

"My job is my life" Kelvyn Colt ถูกขนานนามว่าเป็นอนาคตของวงการฮิปฮอปเยอรมนี นั่นเป็นเพราะศิลปินอายุ 26 ปีคนนี้ ได้วางแผนสำหรับอาชีพของเขาในแบบพอเพียง เป้าหมายของเขา ซึ่งก็คือการมีอิสรภาพให้มากที่สุด ส่วนหนึ่งถูกสะท้อนจากการที่เขาเลือกใช้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ EQC Kelvyn Colt มีบุคลิกที่โดดเด่น แม้ท่ามกลางถนนอันวุ่นวายในย่าน Steglitz ของกรุงเบอร์ลิน ทั้งเสื้อผ้าสีพาสเทล ผมทรงเดรดล็อกสีบลอนด์ หมวกที่เขาเรียกว่า “do-rag” ซึ่งค่อนข้างนิยมในหมู่ชนฮิปฮอป Kelvyn Colt ใช้ชีวิตแบบฮิปฮอปอย่างมีแฟชั่น ทั้งสื่อและแฟนๆ ของเขาถือว่าชายอายุ 26 คนนี้ เป็นหนึ่งในแรปเปอร์ที่มีความสามารถมากที่สุดในเยอรมนี เขาเป็นตำนานฮิปฮอปที่หลายๆ คนคิดว่าสามารถโด่งดังในระดับโลกได้ ในแต่ละเดือนมีผู้ฟังมากกว่า 1 ล้านคน คลิกเข้ามาสตรีมเพลงของเขาทาง Spotify   Colt ควรจะได้เป็นทนายความ แต่เขาก็ลาออกจากการศึกษากฎหมาย หลังจากเข้าเรียนเพียงไม่กี่วัน ความพยายามครั้งต่อไปของ Colt ในการศึกษาธุรกิจในลอนดอน ก็เป็นเพียงข้ออ้างที่จะได้ไปต่างประเทศ “ผมรู้มานานแล้วว่าอยากเป็นศิลปิน แต่ผมไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ผมคิดว่าอย่างน้อยผมควรที่จะมอบปริญญาให้พวกท่าน” Colt กล่าว   Career with a purpose แรปเปอร์ลูกครึ่งเยอรมัน-ไนจีเรียจาก Wiesbaden คนนี้ ไม่ได้ตั้งใจร่ำเรียนที่มหาวิทยาลัยในลอนดอน เพียงเพื่อให้พ่อแม่ดีใจ แต่เขามองว่าวิชาเรียนอย่างธุรกิจและการตลาด อาจช่วยเขาได้ในวันข้างหน้า เขามองตัวเองเป็นนักดนตรีและนักธุรกิจ การสื่อสารกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง กลยุทธ์การโฆษณา และความร่วมมือกับแบรนด์ที่มีความสำคัญในปัจจุบัน เขาชอบทำทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง หรือทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารที่ประกอบด้วยผู้หญิงโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่ในโลกฮิปฮอปที่ผู้ชายมักเป็นใหญ่ โดยทั่วไป Colt ทำหลายสิ่งหลายอย่างแตกต่างจากคนรอบข้าง เขาเป็นทูตแห่งความเท่าเทียมและความหลากหลายในอุตสาหกรรมนี้ นี่เป็นเพียงปัญหาบางส่วนที่ Colt ร่วมต่อสู้ในฐานะสมาชิกของชุมชน EQ เขาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มาตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2019 จุดหมายเพื่อรวบรวมผู้คนที่ต้องการสร้างความแตกต่างมาพบกัน   ในช่วงต้นปี Colt ถึงขนาดไถ่ถอนสัญญาของตัวเองออกจากค่ายเพลง และก้าวกระโดดอย่างกล้าหาญสู่ความเป็นอิสระทางศิลปะและธุรกิจ เขาทำตามซูเปอร์สตาร์อย่าง Jay-Z ซึ่งเป็นหนึ่งในไอดอลของ Colt “ถ้าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์ในเพลงของคุณในฐานะศิลปิน คุณก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าพนักงานของค่ายเพลง” ตอนนี้ Colt เป็นเจ้านายตัวเอง และเป็นเจ้าของงานศิลปะของตัวเอง ซึ่งเขาทำการตลาดเองในระดับสากล ตรงกันข้ามกับแรปเปอร์ชาวเยอรมันคนอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องธรรมดาที่ Colt จะแรปเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก การแข่งขันที่สูงเปรียบเสมือนแรงกระตุ้นให้เขา “แน่นอนว่าผมอาจจะรู้สึกประหม่าที่ต้องต่อสู้กับศิลปินฮิปฮอปอย่าง Drake, Kanye West และ Travis Scott ซึ่งมีผู้ฟังรายเดือนบน Spotify และบริการสตรีมมิ่งอื่นๆ เกินกว่า 10 ล้านคน แต่ผมมองมันเป็นแรงบันดาลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันจุดประกายความทะเยอทะยานของผม”   London, Berlin and Paris เจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะประสบความสำเร็จ ยังเห็นได้จากการที่เขาคุยโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา เขาแทบไม่ได้วางสมาร์ตโฟนลง แม้จะโพสอยู่หน้ากล้องก็ตาม คนที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสายรู้ดีว่าเขาจะต้องหยุดสายสั้นๆ เพราะช่างภาพจะต้องการความสนใจของ Colt อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร คนที่คุยกับเขาจากอีกฟากหนึ่ง แทบไม่เคยรู้สึกว่า Colt ฟังแบบไม่ตั้งใจ หรืออยากจะทำอย่างอื่น "งานของผมคือชีวิตของผม เมื่อผมไม่ได้อยู่ในสตูดิโอหรือเขียนเพลง ผมก็จะกำลังตอบอีเมลหรือโทรศัพท์อยู่" แต่งานไม่ใช่ทุกอย่างสำหรับเขา “ผมพยายามจัดเวลาให้ตัวเองด้วย” จากนั้นเขาก็ไปเยี่ยมครอบครัวของเขา พาสุนัขไปเดินเล่น แต่สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย Colt เดินทางไปมาระหว่างลอนดอน เบอร์ลิน ปารีส และสหรัฐอเมริกา บางครั้งต้องอยู่โดยไม่มีกระเป๋าเดินทางเป็นเวลาหลายเดือน เขาใช้เวลาว่างที่มีกับเพื่อนในแวดวงต่างๆ Colt มีเพื่อนมากมาย แม้ขณะที่พบกับเรา เขามีเพื่อนที่บังเอิญตกเครื่องมาเยี่ยมเขา ซึ่งเพื่อนคนนั้นก็ได้ใช้เวลาว่างที่ไม่คาดคิดในเบอร์ลินกับ Kelvyn Colt   Music sounds instead of engine sound เขายังมีความสุขกับวิถีชีวิตที่อาชีพของเขามอบให้ “การเดินทางอย่างสะดวกสบายเพลิดเพลินกับอาหารดีๆ นี่คือสิ่งที่ผมให้ตัวเอง” Colt อธิบาย ขณะเอาสมาร์ตโฟนใส่ในกระเป๋าของชุดสีเขียวพาสเทล ซึ่งออกแบบโดย Virgil Abloh ซูเปอร์สตาร์คนใหม่แห่งวงการแฟชั่น ที่เพิ่งเปิดตัวความร่วมมือกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ Colt รู้ว่าเขามีชีวิตโชคดีขนาดไหน “ที่ไนจีเรีย แค่มีระบบการดูแลสุขภาพที่ใช้งานได้นั้น เป็นสิ่งที่หรูหราสุดยอดแล้ว” ความเห็นอกเห็นใจ และตระหนักในจริยธรรมและสิ่งแวดล้อมของเขา ก็มีบทบาทสำคัญต่อการเดินทางของเขาเช่นกัน เขาชอบขับด้วยระบบไฟฟ้า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC นั้นใช้งานได้จริงในเมือง ผมไม่ต้องการเสียงเครื่องยนต์  การฟังเพลงได้ชัดเจนที่สุด คือสิ่งสำคัญมากกว่าสำหรับผม”   EQC 400 4MATIC ด้วยระยะทำการที่ไกลอย่างเหลือเชื่อ เทคโนโลยีการชาร์จอัจฉริยะที่น่าทึ่ง และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ รถรุ่น EQC ให้ความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นของการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า การขับขี่โดยแทบไม่มีเสียงเครื่องยนต์ แต่ด้วยอัตราเร่งที่ตอบสนอง และเร้าใจในทุกการขับขี่ ภายนอกของ SUV ไฟฟ้าคันนี้ ยังเปล่งประกายความบริสุุทธิ์ สงบ และทันสมัย ที่น่าหลงใหล มันเป็นศูนย์กลางของภาษา การออกแบบใหม่ของความหรูหราที่ก้าวหน้าอย่างแท้จริง Model: Mercedes-Benz EQC 400 4MATIC อัตราบริโภคพลังงานเฉลี่ย (กิโลวัตต์ชั่วโมง/100กม.): 21.3-20.2 ค่าไอเสีย CO2 เฉลี่ย (กรัม/กม.): 0 ระยะทำการ (กม. ตามระบบ NEDC**): จนถึง 429-454 กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์ /แรงม้า): 300/408 อัตราเร่ง (0-100 กม./ชม.): 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.): 180 (จำกัด) **NEDC (New European Driving Cycle) เป็นวิธีวัดค่าการใช้พลังงาน การขับขี่ด้วย Mercedes me App และ Mercedes me Charge แอปพลิเคชัน Mercedes me จะบอกคุณเกี่ยวกับสถานีชาร์จทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ของคุณ โดยนำเสนอการวางแผนเส้นทางที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงจุดชาร์จผ่านการนำทางด้วย Electric Intelligence ส่วนระบบ Mercedes me Charge ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงเครือข่ายการชาร์จสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ใบแจ้งหนี้จะถูกส่งทุกเดือนโดยอัตโนมัติและโปร่งใส แอป Mercedes me ยังช่วยให้คุณสามารถตั้งอุณหภูมิที่สะดวกสบาย ระหว่างการเดินทางไปกับรถเมอร์เซเดส โดยตั้งโปรแกรมสำหรับเครื่องปรับอากาศในฤดูร้อน และเครื่องทำความร้อนที่ในช่วงฤดูหนาวได้อย่างสะดวกผ่านแอป สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ mercedes.me ------------------------------ เรื่อง: HANS BUSSERT ภาพ: HENRIK ALM ที่มา: Mercedes Me Magazine Issue 03/2020

By MercedesBenz

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยผลประกอบการปี 63 ย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์รถยนต์ลักซ์ชัวรี ด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านคัน ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 โดยในไทย “Mercedes-AMG” กวาดยอดขายเติบโต 14.9% แม้มีสถานการณ์โควิด-19 พร้อมส่ง “Mercedes-Benz The new E-Class” นำทัพลุยตลาด ก่อนเตรียมส่งรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ตะลุยเปิดตัวต่อเนื่องตลอดปี เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำยอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วยยอดขาย 2,528,349 คัน ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 1,024,315 คันหรือเติบโตขึ้น 4.7% โดยตลาดจีนฟื้นตัวเร็วด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 11.7% ยอดขาย “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ในไทยโต 14.9% ในปี 63 และเฉพาะไตรมาส 4 เติบโตถึง 33.9% โดยยอดขายในส่วนบริการลูกค้าจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เติบโตขึ้นในทุก ๆ แผนก เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อม เปิดตัว “Mercedes-Benz The new E-Class” ที่สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวเปี่ยมเอกลักษณ์ มั่นใจตอบรับทุกความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลประกอบการประจำปี 2563 ย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ลักชัวรีระดับโลก ด้วยยอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 พร้อมย้ำว่าแม้สถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ตลอดปีที่ผ่านมา แต่เมอร์เซเดส–เบนซ์ยังมองเห็นสัญญาณบวกต่อเนื่อง ทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของตลาดจีน ดันยอดขายในจีนเติบโตขึ้น 11.7% และผลักดันให้ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นรวม 4.7% ส่วนในประเทศไทย ยอดขาย “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ก็เติบโตขึ้น 14.9% โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่เติบโตขึ้นถึง 33.9% แสดงให้เห็นว่าความต้องการขับรถยนต์สมรรถนะสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยอดขายในส่วนของบริการหลังการขายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เติบโตขึ้นในทุกๆ แผนกตลอดปีที่ผ่านมา สำหรับปี 64 เมอร์เซเดส–เบนซ์พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดปี โดยเปิดปีด้วยการแนะนำ “Mercedes-Benz The new E-Class” ก่อนตามด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้   มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความมั่นใจว่าตลาดรถยนต์ลักชัวรี จะยังคงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผลักดัน และขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เพราะแม้ว่าเราทุกคนจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา แต่เรายังมองเห็นสัญญาณบวกจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยในตลาดโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงสามารถรักษายอดขายได้มากกว่า 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วยยอดขาย 2,528,349 คัน เพราะเราได้ปรับกลยุทธ์ด้านการขายและการบริการให้เป็นดิจิทัลมากขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย เพื่อให้ก้าวทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ความต้องการในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้เราสามารถทำยอดขายรถยนต์ไฮบริดได้สูงถึง 115,000 คันหรือเพิ่มสูงขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในหลาย ๆ ตลาด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง เฉพาะในเอเชียแปซิฟิก เราสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,024,315 คันหรือเติบโตขึ้น 4.7% โดยมีตลาดจีนเป็นตลาดสำคัญในการขับเคลื่อน ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 11.7% หรือ 774,382 คันซึ่งถือว่าเป็นสถิติใหม่”    “สำหรับในตลาดไทย ด้วยสถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงให้ความสำคัญกับสภาพคล่องของผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และสามารถประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นปี 2563 มาได้ด้วยดี โดยเรายังมองเห็นสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ทั้งยอดขายของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีที่เพิ่มสูงขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ไตรมาสเดียว ยอดขายเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีเพิ่มสูงขึ้นถึง 33.9% เลยทีเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่า ความต้องการขับรถยนต์สมรรถนะสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเพิ่มขึ้น ส่วนยอดขายรถยนต์ V-Class ซึ่งเราเปิดตัวรุ่นใหม่ในปีที่ผ่านมาก็เพิ่มสูงขึ้น 59.2% ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ฝ่ายบริการลูกค้าของเมอร์เซเดส–เบนซ์ ได้วางกลยุทธ์ในการให้บริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งนั่นคือหัวใจในการบริการของเรา โดยเราได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาของ “แพ็คเกจเมอร์เซเดส–เบนซ์ เซอร์วิส พลัส” ขยายระยะเวลาเกินกำหนดของการเข้ารับบริการบำรุงรักษา การดูแลเรื่องความสะอาดที่ศูนย์บริการฯ รวมไปถึงการนำเสนอ “Welcome Back Service Campaign” เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าด้วยส่วนลดและข้อเสนอพิเศษสำหรับบริการหลังการขาย ทั้งหมดนี้จึงทำให้ยอดขายในส่วนของบริการหลังการขาย เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งยอดขายน้ำมันเครื่อง MBOil ที่เติบโตขึ้น 14.4% ยอดขาย MBPaint ที่เติบโตขึ้น 24.4% ยอดขายยางรถยนต์ MBTire ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 260.8% ฯลฯ”    “สำหรับปี 2564 เมอร์เซเดส–เบนซ์ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในครึ่งปีแรก เราเตรียมนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส–เอเอ็มจีรุ่นคอมแพ็คใหม่ รถยนต์ Dream Car รุ่นใหม่ที่หลายคนรอคอย รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมเทคโนโลยีที่เรียกได้ว่าเป็นนิวเอจของเทคโนโลยีไฮบริด รวมถึง Mercedes-Benz The new E-Class ใหม่ ยนตรกรรมอัจฉริยะที่พร้อมมอบทุกสิ่งที่คุณต้องการ สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ โดยมาพร้อมความเหนือชั้นของขุมพลังเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี EQ Power เจเนอเรชันที่ 3 ที่เราพร้อมกระตุ้นตลาดรถยนต์ลักชัวรีอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรกด้วย” มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม   ทั้งนี้ ในปี 2563 ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส–เบนซ์ ยังคงสานต่อการทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งการให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่โรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงา และการให้การสนับสนุนนักเรียนอาชีวะภายใต้โครงการนักเรียนช่างฝึกหัด เมอร์เซเดส–เบนซ์ตามมาตรฐานการศึกษาทวิภาคีเยอรมัน–ไทย ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการกับเมอร์เซเดส–เบนซ์ ทั้งหมด 5 สถาบัน ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ, วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก, วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก, วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก บ้านโป่ง และวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่คนไทยเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ร่วมกันในปีที่แล้ว เมอร์เซเดส–เบนซ์ ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต้านภัยโควิด-19 ด้วยการเชิญชวนผู้ใช้เมอร์เซเดส–เบนซ์ โพสต์ภาพคู่กับรถยนต์ของตนเอง แล้วมอบเงินบริจาค 500 บาทต่อภาพ โดยเมอร์เซเดส–เบนซ์สามารถรวบรวมเงินเป็นจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อมอบให้กับ 4 โรงพยาบาล ที่เป็นศูนย์กลางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และสถาบันบำราศนราดูร   เกี่ยวกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นผู้รับผิดชอบธุรกิจทั่วโลกของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และรถตู้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 173,000 คนทั่วโลก โดยมี โอล่า คัลเลนเนียส เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ รถตู้ และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น ยังมีเจตนารมณ์ในการเป็นผู้นำของโลกในด้านการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ยานยนต์ไร้คนขับ และยานยนต์ทางเลือก โดยการใช้นวัตกรรมล้ำสมัยต่างๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วยแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์ย่อย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัค และ เมอร์เซเดส-มี รวมทั้งแบรนด์สมาร์ท และแบรนด์อีคิว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์โดยสารระดับพรีเมี่ยมรายใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2563 บริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกือบ 2.4 ล้านคัน และรถตู้กว่า 438,000 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ขยายเครือข่ายการผลิตใน 2 กลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยมีฐานการผลิตกว่า 40 แห่งใน 4 ทวีป ควบคู่ไปกับแนวทางการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการในด้านยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ของตัวเองทั่วโลกใน 3 ทวีป การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนล้วนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสองกลุ่มธุรกิจ สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ความยั่งยืนหมายถึงการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระยะยาว ทั้งลูกค้า พนักงาน นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมโดยรวม โดยอาศัยพื้นฐานของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเดมเลอร์ ซึ่งมุ่งรับผิดชอบต่อผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และสังคม จากกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ของบริษัท และให้ความสำคัญต่อห่วงโซ่คุณค่าโดยรวม

By MercedesBenz

อยากตรวจสอบสมรรถภาพรถ ครบกำหนดเช็คระยะ แต่ก็ไม่สะดวกใจ ถ้าต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้คน! เรื่องง่ายๆ เพียงแค่การนำรถเข้าศูนย์บริการฯ ก็กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากทันที ในยุคที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นวันนี้ ที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิต New Normal ที่ต้องเว้นระยะห่าง ไร้การสัมผัส พร้อมมอบความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน มาทำความรู้จักนวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่ Drop & Go CONTACTLESS Service ครั้งแรกในประเทศไทยกับบริการนำรถเข้าศูนย์ฯ แบบไร้การสัมผัส เชื่อมต่อเทคโนโลยีที่มอบทั้งความสะดวกสบายและปลอดภัย โดย เบนซ์ตลิ่งชัน และ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ผู้จำหน่ายและให้บริการเมอร์เซเดสเบนซ์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้สร้างสรรค์ขึ้นตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง โดยผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถนำรถเข้าศูนย์ฯ ได้เพียงปลายนิ้วรวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส ผ่านบริการแอปพลิเคชันในแพลตฟอร์มออนไลน์ ตอบโจทย์ทั้งในเรื่อง ความสะดวก ช่วยให้จองนัดเข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็วทันใจ ประหยัดเวลา เพื่อจะได้ใช้เวลาที่เหลือไปทำภารกิจอื่นๆ ได้ด้วย ปลอดภัย เพราะไม่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับใคร เลี่ยงการนั่งรออยู่ในศูนย์บริการฯ ที่มีคนจำนวนมาก สำหรับ บริการ Drop & Go CONTACTLESS Service นวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่นำรถเข้าศูนย์ฯ สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ เพียง ADD LINE @benztalingchan หรือ @attaautohaus แล้ว CLICK MENU > Drop & Go CONTACTLESS เลือกวัน เวลา กรอกข้อมูลรถยนต์ และการบริการที่ท่านต้องการ ขับรถมาที่ศูนย์ฯ DROP กุญแจรถยนต์ของท่านในกล่อง drop box และ สามารถกลับบ้านได้ทันที สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อกลับด้วยระบบ e-document และชำระค่าสินค้าและบริการผ่านระบบ e-payment ความไฮเทคยังไม่หมดเพียงเท่านี้! สำหรับผู้เข้ารับบริการที่ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ดิจิทัลโชว์รูมแห่งแรกในไทย บนถนนราชพฤกษ์ ยังสามารถพูดคุยกับที่ปรึกษาบริการแบบเสมือนจริงผ่าน ATTA BOT แอทต้าบอท หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก บริเวณจุดส่งมอบรถยนต์ Service Lobby อีกด้วย ทั้งนี้นอกเหนือจากบริการ Drop & Go CONTACTLESS สุดทันสมัยแล้ว สำหรับผู้ที่มาที่ศูนย์บริการฯ ด้วยตนเอง เบนซ์ตลิ่งชัน และแอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ยังให้บริการนำรถเข้าศูนย์ฯ ถึงบ้าน Delivery & Pick up @HOME, บริการตรวจสอบสภาพรถถึงบ้าน Mobile Service @HOME ที่ครอบคลุมทั้งการซ่อมบำรุงตามระยะทาง และบริการซ่อมสีและตัวถังจากอุบัติเหตุต่างๆ ด้วยเครื่องมือและทีมช่าง (Certified Technicians) ที่ได้รับการแต่งตั้งและรับรองอย่างเป็นทางการ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย (Mercedes-Benz Authorized Service Center & Body & Paint Center) อีกด้วย สัมผัสประสบการณ์การให้บริการสุดพิเศษที่แสนสะดวกสบาย ปลอดภัย มั่นใจในมาตรฐาน ได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์มาตรฐานทั้ง 2 แห่ง -เบนซ์ตลิ่งชัน (Authorized Mercedes-Benz Service Center & Authorized Body& Paint Workshop) 24hrs.Call Center: 0 2767 8888 LINE OA: @benztalingchan -แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ (Authorized Mercedes-Benz Service Center) 24hrs. Call Center: 0 2045 9999 LINE OA: @attaautohaus

By MercedesBenz

ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่โควิด-19 ก็ยังคงเป็นสิ่งที่เราต่างต้องเฝ้าระวัง เพราะเมื่อไหร่ที่เผลอก็อาจเปิดโอกาสให้เชื้อโรคตัวร้ายนี้เข้ามาทำลายเราได้ ดังนั้นการใช้ชีวิตแบบ New Normal จึงยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ   วัดไข้เป็นระยะ เพราะเชื้อโรคที่กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ได้มีการกลายพันธุ์ ทำให้อาการที่แสดงออกอาจไม่ชัดเจนนัก แถมยังติดต่อกันได้ง่ายกว่าเดิมอีก ดังนั้นตราบใดที่ไม่สามารถเก็บตัวอยู่กับบ้านได้ 100% ก็ยังคงต้องเพิ่มความระมัดระวัง และคอยสังเกตอาการตัวเองและคนใกล้ชิด โดยนอกจากจะมีหน้ากาก เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือเป็นของสำคัญที่ต้องพกติดกระเป๋าแล้ว ปรอทวัดไข้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องเพิ่มเข้ามา เพื่อคอยเช็กระดับอุณหภูมิในร่างกายว่าสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียสหรือไม่ ควบคู่ไปกับการสังเกตอาการอื่นๆ เช่น ไอ หายใจเหนื่อยหอบ รวมถึงประสิทธิภาพการได้กลิ่น -||-   โหลดแอปฯ จำเป็น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ทุกพื้นที่นอกบ้านกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง เราจึงต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ใช้ชีวิตโดยถูกจำกัดพื้นที่และเวลา ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อนการใช้ชีวิตดังกล่าวคงยากกว่านี้ โชคดีที่ตอนนี้เทคโนโลยีได้ก้าวล้ำไปไกลแล้ว การใช้ชีวิตแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ขอเพียงแค่เรามีแอปพลิเคชันตัวช่วยต่างๆ เช่น Grab, Lineman หรือ Foodpanda สำหรับสายกิน Lazada, Shopee, JD central และ King power สำหรับสายช้อป TrueMoney Wallet, Rabbit LINE Pay, Airpay, GrabPay Wallet และแอปธนาคารต่างๆ สำหรับสายทำธุรกรรม ด้านสายจ่ายตลาดก็มี Big C online, Tesco Lotus, CP Freshmart, Tops, Makro, Surapon Foods Online, HappyFresh ที่น่าจะพอช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยจากเชื้อไวรัสนี้ไปได้ -||-   เปลี่ยนบ้านให้เป็นที่ (น่า) ทำงาน เมื่อ “บ้าน” กลายเป็นสถานที่ทำงานในช่วงเวลาที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม การจัดบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศ สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งไหนๆ ก็มีโอกาสได้ทำงานที่บ้านทั้งที ก็ลองปรับเปลี่ยนมุมโปรดของบ้าน ให้กลายเป็นที่นั่งทำงาน โดยจัดหาที่นั่งให้เหมาะสม เสริมบรรยากาศด้วยข้าวของตกแต่งตามความชอบ เพื่อช่วยผ่อนคลาย และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีในการทำงานผ่านโน๊ตบุ๊ก แท็ปเล็ต หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ โดยใช้วิธีการพูดคุยสื่อสาร หรือส่งงานผ่านอีเมล ไลน์ หรือ WhatsApp รวมถึงประชุมงานกันโดยใช้ Video Conference ผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Line ที่สามารถ Group Call ได้สูงสุดถึง 200 คน หรือถ้าเป็นการประชุมกลุ่มเล็กก็สามารถใช้ Google Hangout เพราะสะดวกต่อการแชร์เอกสาร เช่นเดียวกับ Zoom ที่สามารถแชร์หน้าจอของผู้ร่วมประชุม หรือ Microsoft Teams ที่สามารถบันทึกการประชุมได้ด้วย -||-   เดินทางอย่างปลอดเชื้อ ไม่ใช่แค่พื้นที่ภายในบ้านเท่านั้น ที่ต้องดูแลรักษาความสะอาดให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัส แต่ในยุคปัจจุบัน “รถ” ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เราใช้เวลาอยู่ไม่น้อยไปกว่าบ้าน ดังนั้นจึงต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษเช่นกัน โดยช่วงนี้อาจจะต้องนำรถไปล้างให้บ่อยขึ้น เนื่องจากเราไม่อาจรู้ได้ว่ามีใครมาสัมผัสรถเราบ้าง ส่วนภายในรถก็ทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในรถยนต์ทั่วไป โดยเน้นบริเวณจุดสัมผัส เช่น เบาะ พวงมาลัย หัวเกียร์ มือจับประตู พรม ที่เท้าแขน พนักพิงศีรษะ ให้มากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในระหว่างวันก็อาจนำรถไปจอดตากแดดบ้าง เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ อีกทั้งเมื่อเข้ามาภายในรถแล้ว สิ่งที่ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารทุกคนจะต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกคือ การล้างมือด้วยเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ รวมถึงสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ในรถ -||-   พูดคุยเว้นระยะ ในช่วงเวลาแบบนี้ บางทีก็ต้องยอมที่จะกลับไปใช้ชีวิตในสังคมก้มหน้า เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนรอบข้าง เพราะการพูดคุยกันต่อหน้าอาจนำมาซึ่งเชื้อโรคตัวร้ายนี้ ด้วยว่าเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า อีกฝ่ายที่เราพูดคุยด้วยเขาไปรับเชื้อมาหรือไม่ รวมทั้งตัวเราเองก็อาจมีเชื้ออยู่โดยไม่แสดงอาการก็ได้ หากดูจากไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อก็จะเห็นว่าบางคนเพียงแค่ไปซื้อของจ่ายตลาด ไม่น่าจะมีการพูดมากมายนัก แต่กลับได้รับเชื้อมา นั่นจึงยิ่งทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการพูดคุยสื่อสารเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ แล้วหันมาใช้การพูดคุยสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมล โทรศัพท์ หรือการแชทแทน หรือหากจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันต่อหน้าจริงๆ ก็จำเป็นต้องเว้นระยะห่างระหว่างกัน 1 - 2 เมตร รวมถึงต้องสวมใส่หน้ากากอย่างถูกต้องตลอดเวลา -||-   เป็นนักจัดการบริหารเวลา ถ้าหากว่ายังจำเป็นต้องใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงาน ซื้อของ หรือกินข้าว ต้องรู้จักวางแผน และบริหารเวลาให้เป็น เพื่อที่ว่าจะได้ใช้เวลาอยู่นอกบ้าน ซึ่งทุกพื้นที่ถือเป็นความเสี่ยงให้น้อยที่สุด โดยอาจหาเวลา 1 วันต่อสัปดาห์ ให้เป็นวันที่จะออกไปจัดการทำธุระจำเป็นนอกบ้าน โดยก่อนหน้านั้นสิ่งที่ต้องทำคือ การจดรายการที่จำเป็นต้องทำ เพื่อจะได้วางแผนการเดินทาง รวมถึงดูว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นมีอะไรที่สามารถนัดหมายหรือสั่งจองล่วงหน้าได้บ้าง จะได้เป็นการประหยัดเวลา และลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับเชื้อไวรัสโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ก่อนที่จะไปยังร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ต่างๆ ให้ตรวจสอบดูก่อนว่าที่ที่จะไปนั้น มีประวัติการเดินทางไปของผู้ติดเชื้อในช่วงเวลาก่อนหน้าหรือไม่ รวมถึงมีมาตรการดูแลความสะอาด และเฝ้าระวังการแพร่เชื้ออย่างไรบ้าง มีการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ หรือจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่างตามความเหมาะสมหรือไม่ และเมื่อกลับถึงบ้านแล้วให้ถอดรองเท้า ทิ้งหรือทำความสะอาดหน้ากากอย่างเหมาะสม ก่อนจะตรงไปล้างมือ และอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที -||-   ออกกำลังกายแบบปลอดภัย สำหรับสายเฮลท์ตี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ฟิตเนส และสถานออกกำลังกายต่างๆ ปิดให้บริการอีกครั้ง ระหว่างนี้อาจหลีกเลี่ยงที่สาธารณะแล้วหันมาออกกำลังกายผ่านคลิป เฟสบุ๊กไลฟ์ หรือ Youtube Channel ของบล็อกเกอร์สายสุขภาพ ที่มีให้ติดตามมากมาย ทั้งยังสามารถกดย้อนเพื่อศึกษาท่าทางที่ถูกต้องได้อีกด้วย ส่วนใครที่ยังต้องการเทรนเนอร์ส่วนตัว ก็สามารถใช้การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ โดยใช้เป็นการส่งรูป คลิปวิดีโอสาธิต หรือวิดีโอคอล เพื่อการออกกำลังกายอย่างถูกวิธีและต่อเนื่องได้เช่นกัน ------------------------------------ ที่มา: Mercedes Card Journal Issue01/2021

By MercedesBenz

เมื่อเอ่ยถึงอาหารเพื่อสุขภาพ หรืออาหารของคนลดน้ำหนัก “แป้ง” ก็ดูจะกลายเป็นผู้ร้ายที่ใครๆ ก็พยายามลด ละ เลี่ยง คนที่ให้ความสนใจเรื่องอาหารการกินและสุขภาพส่วนใหญ่ จึงหันไปหาอาหารประเภทแป้งไม่ขัดสีจำพวกข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ซึ่งมีประโยชน์มากกว่า จนเมื่อมีกระแสการลดน้ำหนักแบบ คีโตเจนิก (Ketogenic diet) ที่จำกัดการกินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตให้เหลือเพียงแค่ 5% ร่วมกับการจัดสรรสัดส่วนของสารอาหารอื่นๆ ทั้้งไขมันและโปรตีนอย่างเคร่งครัด “อาหารแบบคีโต” ก็เริ่มเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ “ขนมปังไร้แป้ง” ที่เข้ามาเติมเต็มและเป็นทางเลือกใหม่ให้คนที่โหยหาขนมปัง   ขนมปังแห่งยุค ขนมปังทั่วไปทำจากแป้งสาลี ขนมปังไร้แป้ง แปลว่าไม่ใช้แป้ง แล้วจะใช้อะไรล่ะ วัตถุดิบหลักของขนมปังไร้แป้ง หรือที่มักเรียกกันว่า “ขนมปังคีโต” นั้นมีอยู่หลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็น อัลมอนด์ผง มะพร้าวผง โอ๊ตไฟเบอร์ (oat fiber) เมล็ดแฟลกซ์ป่น (flaxseed) ไซเลียมฮัสก์ (pysllium husk) และธัญพืชต่างๆ   อัลมอนด์ผง หรือแป้งอัลมอนด์ ก็คือเมล็ดอัลมอนด์บดละเอียดจนกลายเป็นผงแป้ง คุณค่าทางอาหารเหมือนการกินอัลมอนด์เป็นเมล็ดๆ อุดมด้วย วิตามินอี แมกนีเซียม โพแทสเซียม และไขมันดี มะพร้าวผง หรือแป้งมะพร้าว คือเนื้อมะพร้าวที่คั้นน้ำออกแล้ว และอาจสกัดน้ำมันออกด้วย แล้วผ่านกรรมวิธีต่างๆ จนกลายเป็นผงแป้ง ซึ่งจะยังคงมีกลิ่นหอม ยังมีกากใยหรือไฟเบอร์อยู่รวมทั้งยังคงมีสารอาหารอยู่ด้วย ทั้งโปรตีน ธาตุเหล็ก และกรดไขมันที่มีความยาวปานกลาง ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนัก   โอ๊ตไฟเบอร์ หรือเส้นใยข้าวโอ๊ต เป็นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ มีโปรตีน มีเบตากลูแคน (beta glucan) สารต้านอนมูลอิสระที่วงการแพทยย์ ยอมรับว่าช่วยเรื่องการดูแลรักษาสุุขภาพได้ และเชื่อว่าช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ทางอ้อม   เมล็ดแฟลกซ์ หรือ เมล็ดลินิน ชาวยุโรปนำมากินบำรุงกำลังมานาน มีกากใย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย น้ำมันในเมล็ดแฟลกซ์เป็นไขมันดี มีโอเมก้า 3 และ 6 ขนมปังของคนยุโรปแทบทุกร้านต้องมีส่วนผสมของเมล็ดแฟลกซ์ การใส่เมล็ดแฟลกซ์ลงในส่วนผสมนอกจากเป็นการเพิ่มคุณค่าทางอาหารแล้ว ยังช่วยให้ขนมปังนุ่มหอมมัน และยืดอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้นด้วย   ไซเลียมฮัสก์ หรือเทียนเกล็ดหอย คือเปลือกหุ้มเมล็ดของต้นไซเลียมหรือว่านเทียนเกล็ดหอย มีใยอาหารที่มีคุณสมบัติในการดักจับไขมันและน้ำดีในระบบทางเดินอาหาร และมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย   อิริ ทริทอล (erythritol) เป็นสารให้ความหวานที่มีรสชาติเหมือนน้ำตาลทรายมากที่สุด ไม่ให้พลังงาน ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ ที่ได้จากกระบวนการหมักกลูโคสด้วยยีสต์ ปลอดภัยต่อระบบทางเดินอาหารมากกว่าไซลิทอล (xylitol) ซอร์บิทอล (sorbitol) เหล่านี้คือวัตถุดิบหลักๆ ที่มักนำมาใช้ทำขนมปัง ส่วนจะเติมไข่ เนย เกลือ และยีสต์ หรือไม่อย่างไรนั้น ก็แล้วแต่ว่าสูตรใครก็สูตรใคร   ไร้แป้ง ประโยชน์เพียบ แม้จะเรียกว่าขนมปังไร้แป้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปราศจากแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตอย่างสิ้นเชิง ขนมปังไร้แป้งยังคงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่เพียงแต่น้อยมาก และส่วนผสมที่นำมาทำขนมปังล้วนมีสารอาหารอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า ที่สำคัญคือ มุ่งเน้นในเรื่องให้พลังงานต่ำซึ่งขนมปังประเภทนี้ มักระบุอย่างชัดเจนว่า มีกี่แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน อย่างละกี่กรัม ตามวิถีของชนเผ่าคีโตหรือผู้ลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิก ที่ต้องชั่งตวงวัดปริมาณสารอาหารที่จะกินอย่างเคร่งครัด จึงกลายเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคทั่วไปด้วยเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดของขนมปังไร้แป้งคือ ทำอย่างไรให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสเหมือนขนมปังจริงๆ เพราะคนที่ชอบกินขนมปังโดยมากแล้ว คือหลงใหลในความนุ่มหอม และเนื้อสัมผัสที่หนุบหนับ ความจริงแล้ว เมื่อขนมปังไม่ได้ทำจากแป้งสาลี ก็คงไม่อาจให้เนื้อสัมผัสแบบเดียวกันเป๊ะๆ อย่างขนมปังทั่วไปที่คุ้นเคย นั่นคือโจทย์ใหญ่ที่ผู้ผลิตต่างคิดค้น ทดลอง จนมั่นใจว่า ได้ขนมปังที่มีความนุ่ม หอมไม่ต่างจากขนมปัง ส่วนเนื้อสัมผัสที่พบส่วนใหญ่ จะเหนียวกว่าขนมปังธรรมดาเล็กน้อย และนี่คือแบรนด์ขนมปังไร้แป้งที่ได้รับการพิสูจน์มาจากผู้บริโภคมากมายแล้วว่า แทบไม่ต่างจากขนมปังแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคย ----------🍞----------   Dancing With A Baker ผู้ผลิตขนมปังไร้แป้งเจ้าแรกๆ ของไทย เปิดขายมาราวๆ ปีเศษ เริ่มต้นจากกำลังผลิตขนมปังเพียง 4 ชิ้นต่อวัน จนปัจจุบัน รับยอดสั่งซื้อวันละกว่า 100 ออร์เดอร์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของแดนซิง วิธ อะ เบกเกอร์ หลักๆ มี 3 ชนิด ตั้งชื่ออย่างน่ารักว่า น้องเหลี่ยม น้องกลม และ น้องเลิฟ “น้องเหลี่ยม” และ “น้องกลม” เป็นขนมปังแผ่นแบนๆ ใหญ่ๆ รูปร่างสี่เหลี่ยมและกลมๆ ตามชื่อทำจากผงอัลมอนด์ ผงมะพร้าว เมล็ดแฟลกซ์ เนยจืด วีตโปรตีน ไข่ไก่ เกลือหิมาลายัน อิริทริทอล น้ำมันมะกอก และยีสต์ ชิ้นขนาด 150 กรัม มีคาร์โบไฮเดรต 4 กรัม ไฟเบอร์ 12 กรัม โปรตีน 39 กรัม ไขมัน 18 กรัม ให้พลังงาน 378 แคลอรีต่อชิ้น ซึ่งขนมปังหนึ่งชิ้นขนาดใหญ่เท่าสมุด แบ่งกินได้ 2-3 ครั้ง “น้องเลิฟ” ทำจากโอ๊ตไฟเบอร์เป็นหลัก เป็นสูตรล่าสุดที่พัฒนาขึ้นจนคล้ายขนมปังปกติได้มากที่สุด รูปร่างหน้าตาเหมือนขนมปังที่ใช้ทำฮอตด็อก ชิ้นขนาด 70 กรัม มีคาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไฟเบอร์ 10 โปรตีน 19 และไขมัน 7 กรัม ให้พลังงาน 150 แคลอรี และสื่งที่น่าสนใจคือบรรดาลูกค้าของแดนซิง วิธ อะ เบกเกอร์  นำขนมปังไปสร้างสรรค์กันอย่างสุดอลังการ ทำให้มีรสชาติที่หลากหลาย ลืมคำว่าน่าเบื่อของอาหารเพื่อสุขภาพไปได้เลย   แดนซิง วิธ อะ เบกเกอร์ มีวางขายตามร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพหลายแห่ง และช่องทางออนไลน์ www.dancingwithabaker.com หรือเฟซบุ๊ก dancingwithabaker ----------🍞----------   Pung Pae Ver ปังเป๊ะเวอร์ เรียกตัวเองง่ายๆ ว่าเป็น "ขนมปังคีโต” เป็นขนมปังแบบมีไส้ ทั้งคาวหวาน ตัวขนมปังหรือบันทำจากผงอัลมอนด์  ไข่ไก่ ไซเลี่ยมฮัสก์ และงาขี้ม่อน ใช้อิริทริทอลให้ความหวาน ไม่ใส่ยีสต์ ไม่ใช้ผงฟู ไม่มีไขมันทรานส์ และไม่มีกลูเต็น เปิดขายมาแล้วปีเศษและยังคงสร้างสรรค์รายการขนมปังใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ความโดดเด่นของปังเป๊ะเวอร์ คือมีไส้ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ไส้พื้นฐานอย่าง สังขยา ไข่เค็มลาวา ไก่พริกเผา ไปจนถึง ไส้ไก่แบบข้าวมันไก่ แกงกะหรี่ไก่ กราแตงกุ้ง แซลมอนไข่เค็ม เป็นต้น ขนมปังแต่ละรสชาติให้พลังงานไม่เท่ากัน เช่น ขนมปังเนยโฉดยอดฮิต ครีมเนยแน่นๆ 1 ชิ้น 161 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไส้ที่แคลอรีสูงสุด เห็นจะเป็น ไข่เค็มลาวา 1 ชิ้น 213 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 3.3 กรัม ส่วนที่แคลอรีต่ำสุดๆ คือ พิซซาไก่ชีส เพียง 78 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 2.5 กรัม ฯลฯ เลือกพิจารณากันได้ตามอัธยาศัย ขนมปังของปังเป๊ะเวอร์มีวางขายตามร้านอาหารเพื่อสุขภาพ และทางออนไลน์ที่ www.pungpaever.com หรือเฟซบุ๊ก pungpaever ----------🍞----------   Club No Sugar คลับ โน ชู การ์ ไม่ใช่แบรนด์ขนมปัง แต่คือร้านอาหารแนวใหม่ที่มีอาหารแบบคีโตเจนิกให้บริการอย่างเต็มอิ่ม มีครัวปรุงอาหารคีโตโดยเฉพาะ แยกจากครัวที่ปรุงอาหารปกติทั่วไป รายการอาหารคีโตที่น่าสนใจมีมากมาย เช่น ข้าวดอกกะหล่ำผัดไข่ ข้าวบุกผัดกุนเชียง สปาเกตตีไส้อั่วซอสกะเพรา พิซซาหน้าไข่เค็ม บันเบอร์เกอร์ รวมถึงขนมหวานทั้งขนมไทย ขนมเค้ก ขนมปัง มัฟฟิน เบเกอรีคีโตนานาชนิด ขนมไหว้พระจันทร์แบบคีโตก็มี ที่นี่ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่รวบรวมอาหาร ขนม และวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารคีโตเจนิกไว้อย่างครบครัน ความจริงแล้วอาหารแบบคีโตเจนิก คนทั่วไปก็สามารถรับประทานได้ โดยเฉพาะอาหารที่ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล เพียงแต่ควรระวังอาหารที่มีสัดส่วนไขมันสูง อย่างไรก็ตาม ที่ คลับ โน ชูการ์ ก็มีรายการอาหารปกติทั่วไปให้บริการด้วย Club No Sugar ถนนพระราม 3 (ระหว่างซอยพระรามสาม 39-41) โทร. 06 3146 8224 สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โทร. 06 3883 8111 เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 - 22.00 น. สั่งอาหารผ่านไลน์ ID: @CLUBNOSUGAR เฟซบุ๊ก: Club No Sugar ----------🍞----------   I Bake You Take ขนมปังเพื่อสุขภาพอีกหนึ่งแบรนด์ที่คนเป็นเบาหวานกินได้ ชนเผ่าคีโตกินดี เป็นขนมปังเปล่าๆ แบบขนมปังปอนด์ หลักๆ มีให้เลือก 3 แบบคือ “Yeast bread” ทำจากเมล็ดแฟลกซ์ป่น ผงอัลมอนด์ โอ๊ตไฟเบอร์ ใส่ไข่ เนย และมีกลูเตน ให้พลังงาน 78 แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 1.3 กรัม ไขมัน 4 กรัม โปรตีน 8.3 กรัม, “Nut and seed bread” ทำจากโอ๊ตไฟเบอร์ มีส่วนผสมของเมล็ดแฟลกซ์ป่น เมล็ดเชีย งาขาว งาดำ เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์สไลซ์ ใส่เนย ไข่ และมีกลูเตน ให้พลังงาน 89 แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไขมัน 4.7 กรัม โปรตีน 8.8 กรัม, “Keto soft buns” ขนมปังก้อนกลม ทำจากผงอัลมอนด์ ผงมะพร้าว ไซเลียมฮัสก์ ใส่ไข่ขาว เกลือหิมาลายัน ใช้เนยแท้ ไม่มีกลูเตน ให้พลังงาน 188 แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไขมัน 15.6 และโปรตีน 7.6 กรัม ซึ่งขนมปังของ ไอเบกยูเทกหอม นุ่มนิ่ม ให้รสสัมผัสคล้ายขนมปังปกติมากๆ นอกจากนี้ ยังมีแยมสตรอเบอรีโฮมเมดผสมเมล็ดเชียไม่ใส่น้ำตาล และชีสเค้กหน้าไหม้ Keto Basque burnt cheese cake ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล ที่ทำสดใหม่ โดยสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/OranaiIBYT ----------🍞----------   ที่มา: Mercedes ME Magazine 03/2020

By MercedesBenz

By MercedesBenz

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขนทัพรถยนต์พรีเมี่ยมครบครันทุกเซ็กเมนต์ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars และ SUV รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอย่าง EQ รวมกว่า 25 รุ่น ที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยมีไฮไลต์เป็นรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ “The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic” รถยนต์คอมแพ็ค เอสยูวี เจเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น ระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น และ “Mercedes-Benz A-Class” ยนตรกรรมขนาดคอมแพ็คสุดโฉบเฉี่ยวใหม่ที่มาพร้อมราคาเริ่มต้นเพียง 1,990,000 บาท มาจัดแสดงภายใน งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี โดยเมอร์เซเดส–เบนซ์ ยังมอบแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี สำหรับลูกค้าทุกท่านที่ซื้อและรับมอบรถยนต์เมอร์เซเดส–เบนซ์ และ เมอร์เซเดส–เอเอ็มจี สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2563 รับฟรี! iPhone 12 มูลค่ากว่า 32,000 บาท (จำนวน 1 เครื่อง/รถยนต์ 1 คัน) ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส–เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ เราได้เตรียมทัพรถยนต์พรีเมี่ยมครบครันทุกเซ็กเมนต์ ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars และ SUV รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด อย่าง EQ รวมกว่า 25 รุ่น ที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยมีไฮไลต์พิเศษเป็นรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ 2 รุ่น ที่จะมากระตุ้นตลาดรถยนต์พรีเมี่ยมในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ได้แก่ “The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic” และ “Mercedes-Benz A-Class” ใหม่ ที่มาพร้อมราคาที่แข่งขันได้ และดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมาย ด้วยออปชันที่เรานำเสนอในรถยนต์ภายใต้ดีไซน์ที่มีความโดดเด่น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบครบครัน เมื่อเทียบกับรถยนต์ระดับเดียวกัน เนื่องจากการเป็นรุ่นประกอบในประเทศ เรามั่นใจว่าทั้ง 2 รุ่น รวมถึงรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่เราเตรียมมาจัดแสดง จะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ที่เข้ามาชมงานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้อย่างแน่นอน”  สำหรับ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี เมอร์เซเดส-เบนซ์ยกทัพรถยนต์พรีเมี่ยม มาจัดแสดงครบทุกเซ็กเมนต์กว่า 25 รุ่น อาทิ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+, Mercedes-Benz C 300 e AMG Sport, Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic, Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium, Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic, Mercedes-Benz V 250 d Business PLUS, Mercedes-Benz GLB 200 Progressive และอีกหลายรุ่น โดยมีไฮไลต์เป็นรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ 2 รุ่น ได้แก่   THE NEW MERCEDES-BENZ GLA 200 AMG DYNAMIC รถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบเต็มพิกัดยิ่งกว่าที่เคย เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวให้กับทุกการเดินทางด้วยขุมพลังขนาด 1,332 ซีซี ทว่าให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.7-6.0 ลิตร/100 กม. ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นและทรงพลังในทุกรายละเอียด ภายใต้การกำหนดสัดส่วนของตัวถังให้สั้นลงเล็กน้อย ดูคอมแพ็คมากขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทว่ามาพร้อมความสูงของตัวถังที่เพิ่มขึ้นกว่า 10 เซนติเมตรจากรุ่นก่อน ส่งผลให้ห้องโดยสารแถวหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น ในขณะที่ห้องโดยสารแถวหลังก็มีพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นด้วย ภายในห้องโดยสารให้สัมผัสของการสร้างสรรค์สเกลการออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียด ด้วยสไตล์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต โมเดิร์น และให้ความรู้สึกกว้างขวางที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อเข้ามานั่ง พร้อมเติมเต็มความสปอร์ตด้วยชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior Package และความโดดเด่นของระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบ Active Parking Assist ที่ช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมการแสดงผลหน้าจอจากกล้องหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการนำรถเข้าจอด PARKTRONIC ซึ่งจะทำให้การค้นหาพื้นที่ว่างสำหรับการจอดรถ และการเคลื่อนที่เข้าและออกจากพื้นที่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ที่จะช่วยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าผ่านระบบสัญญาณเรดาร์ และเตือนด้วยเสียงเพื่อให้ผู้ขับขี่เหยียบเบรคเพื่อชะลอความเร็ว ช่วยลดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากการชนรถคันหน้า รวมถึง Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยมอบความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ ในราคา 2,399,000 บาท   MERCEDES-BENZ A-CLASS คือยนตรกรรมสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเติมความโฉบเฉี่ยวให้กับชีวิตในเมืองใหญ่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ด้วยแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม. ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-Benz A-Class สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่เน้นความเรียบง่าย และให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนแรงและดึงดูดใจ ด้วยโครงสร้างภายนอกที่โดดเด่น ผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ และความปราดเปรียวเร้าใจได้อย่างลงตัว ส่วนภายในห้องโดยสารดูทันสมัยและกว้างขวาง เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด รูปลักษณ์ของหน้าปัดออกแบบมาอย่างล้ำสมัย ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในทุกรายละเอียด พร้อมความโดดเด่นของระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น Mercedes-Benz A-Class ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบ Active Parking Assist ที่ช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมการแสดงผลหน้าจอจากกล้องหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการนำรถเข้าจอด PARKTRONIC ซึ่งจะทำให้การค้นหาพื้นที่ว่างสำหรับการจอดรถ และการเคลื่อนที่เข้าและออกจากพื้นที่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ที่จะช่วยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าผ่านระบบสัญญาณเรดาร์ และเตือนด้วยเสียงเพื่อให้ผู้ขับขี่เหยียบเบรคเพื่อชะลอความเร็ว ช่วยลดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากการชนรถคันหน้า รวมถึง Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ Mercedes-Benz A-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่  Mercedes-Benz A 200 Progressive ราคา 1,990,000 บาท   Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ราคา 2,150,000 บาท ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 ตั้งแต่วันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ▶️ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น และแคมเปญพิเศษได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ   ▶️ นอกจากนี้ทางบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน StarFest 2020: The Greatest Offers กับโอกาสครั้งสำคัญที่สุดที่ลูกค้าและผู้สนใจจะได้สัมผัส และเป็นเจ้าของยนตรกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับที่งานมหกรรมยานยนต์ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ▶️ ติดตามข้อมูลข่าวสารของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ที่ www.facebook.com/MercedesBenzThailand

By MercedesBenz

ในระหว่างการเดินทางหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด บนท้องถนน เช่น ยางรั่ว ยางแบน หรือยางระเบิด คงไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกแน่ ดังนั้น ยาง Run Flat ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมรถต่อไปได้อย่างปลอดภัยหากเกิดการสูญเสียแรงดันลมยาง จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การเดินทางมีความปลอดภัยและสะดวกยิ่งขึ้น ยาง Run Flat จะถูกเสริมความแข็งแรงของแก้มยาง เพื่อช่วยประคองไม่ให้รถเสียการทรงตัวและสามารถวิ่งต่อไปได้ ซึ่งความแข็งแรงของแก้มยางนี้ส่งผลให้ยาง Run Flat ในยุคแรกมีความกระด้างมากกว่า ยางทั่วไป ซึ่งทางมิชลินก็ไม่ยอมเสียชื่อในเรื่องของความนุ่มนวล จึงได้คิดค้นเทคโยโลยีใหม่ให้กับ “MICHELIN PRIMACY 3 ZP” ยาง Run Flat ที่ยังคงความนุ่มสบายตามสไตล์ตระกูล “ไพรมาซี่” ของมิชลิน MICHELIN PRIMACY 3 ZP เป็นยาง Run Flat คุณภาพสูง ที่มีความนุ่มนวลโดดเด่นกว่ายาง Run Flat ทั่วไป และนับเป็นยางกลุ่มพรีเมียม ที่นุ่มสบายที่สุดรุ่นหนึ่งของมิชลิน โดยสัญลักษณ์ ZP ที่ต่อท้ายชื่อรุ่นบนแก้มยางนั้นหมายถึง Zero Pressure เป็นยางที่มีเทคโนโลยีพิเศษ มีการเสริมความแข็งแรงของแก้มยาง ช่วยให้รถยนต์แล่นต่อไปได้แม้สูญเสียลมยางไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่ รถจะยังวิ่งไปต่อได้ด้วยเสถียรภาพที่ใกล้เคียงกับปกติ ในความเร็วที่ไม่เกิน 80 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ด้วยระยะทางที่มากถึง 80 กิโลเมตร นั่นเพียงพอที่จะวิ่งไปศูนย์บริการในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างปลอดภัยโดยที่ไม่ต้องลงรถไปเปลี่ยนยางอยู่ข้างทางหลวง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย โดยยาง MICHELIN PRIMACY 3 ZP สามารถใช้ร่วมกับระบบ TPMS (Tire Pressure Monitoring System) ของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อตรวจเช็กแรงดันลมยางและแจ้งเตือนบนหน้าจอหากแรงดันลมยางไม่ปกติ อีกหนึ่งคุณสมบัติพิเศษของยาง MICHELIN PRIMACY 3 ZP นั่นคือการได้รับการพัฒนาขึ้นพร้อมเนื้อยางสูตรใหม่ที่แข็งแรงแต่ยืดหยุ่น ช่วยดูดซับแรงกระแทก เพิ่มความนุ่มสบาย ลวดเสริมขอบยางขนาดเล็กลง ทำให้น้ำหนักและความกระด้างของยางลดลง แต่ยังคงแข็งแรงเท่าเดิม นอกจากนี้ ลายดอกยางถูกออกแบบใหม่เพื่อให้มีการทำงานร่วมกัน ระหว่างแถบเนื้อยางระหว่างบล็อกดอกยาง และดอกยางแบบตัดมุม ช่วยป้องกันบล็อกดอกยางล้มตัว ไม่สูญเสียพื้นที่หน้าสัมผัสจึงปลอดภัย มั่นใจทุกครั้งที่แตะเบรกไม่ว่าสภาพถนนเปียกหรือแห้ง และในขณะที่ยาง Run Flat ค่ายอื่นไม่แนะนำให้ซ่อม แต่ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง ทำให้ MICHELIN PRIMACY 3 ZP สามารถซ่อมได้ 1 ครั้ง หากเกิดความเสียหายด้วยบาดแผลเล็กน้อย ซึ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายหากยังไม่ถึงระยะเวลาที่กำหนดในการเปลี่ยนยาง ยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น สัมผัสความนุ่มสบายกว่าที่เคย และมั่นใจในทุกเส้นทางไปกับ MICHELIN PRIMACY 3 ZP ยาง Run Flat สำหรับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ของคุณ

By MercedesBenz

อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นทุกปี และในบ้านเราก็เช่นกัน  ในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นทะลุ 40 องศา ในบางพื้นที่ทำสถิติสูงสุด 45 องศาความเป็นจริงที่โหดร้ายคือ แม้จะเป็นฤดูฝน หรือฤดุหนาว ความร้อนและแสงแดดก็ยังคงความรุนแรงไม่ได้แตกต่างจากฤดูร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว ปัจจุบัน รถยนต์ Mercedes Benz ทุกคันต้องติดตั้งฟิล์มกรองแสงกันร้อนเป็นเรื่องปกติ แต่ฟิล์มที่ให้การปกป้องความร้อนและแสงแดดตามมาตรฐานทั่วๆ ไปที่มีให้บริการมากมายตามท้องตลาด ดูเหมือนอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งานในสภาพอากาศของประเทศไทยอย่างทุกวันนี้ (จากการทดลองของผู้เขียน ฟิล์มทั่วไปที่ไม่สามารถกันร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ห้องโดยสารมีอุณหภูมิสูงประมาณ 50-60องศา ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องปรับอากาศ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และวัสดุอุปกรณ์ภายในรถ ) โรงงานผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงกันความร้อนมีหลากหลายแหล่ง แต่ละแหล่งจะมีระดับราคา ประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อน และอายุการใช้งานที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่ๆจะนำไปใช้งาน บางพื้นที่ในเขตหนาว ฟิล์มกันร้อนคุณภาพสูงอาจไม่ได้จำเป็นที่สุด เพียงฟิล์มที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ 99% ตามมาตรฐานก็เพียงพอ แต่หากผู้ใช้งานอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตร้อนหรือร้อนจัด ฟิล์มที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนสูง และสามารถพิสูจน์ได้จริง มีการยอมรับจากผู้ใช้งานโดยวงกว้าง คือตัวเลือกที่ควรนำมาพิจารณาเป็นลำดับแรก เพราะการติดตั้งฟิล์มแต่ละครั้ง มีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย หากตัดสินใจผิด เลือกฟิล์มที่ประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนไม่เพียงพอ สู้สภาพอากาศในปัจจุบันไม่ไหว  ก็อาจจจะต้องทำการลอกและติดตั้งฟิล์มใหม่ เสี่ยงต่อการที่รถจะช้ำจากการลอกฟิล์ม โดยเฉพาะการลอกฟิล์มที่กระจกบานหลังซึ่งอาจทำให้ไล่ฝ้าชำรุดเสียหายได้ ดังนั้นการลงทุนเลือกติดตั้งฟิล์มป้องกันความร้อนคุณภาพสูงที่สามารถพิสูจน์ได้ ผู้บริโภคให้การยอมรับกันอย่างแพร่หลาย คือการลงทุนที่คุ้มค่า และสบายใจที่สุด เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ฉะนั้นการติดตั้งฟิล์มจึงเป็นเรื่องสำคัญ และควรเลือกฟิล์มที่กันร้อนได้ดีที่สุด พิสูจน์ได้จริง และการติดตั้งกับตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ มีใบรับประกันสินค้าชัดเจน จะช่วยให้สบายใจตลอดอายุการใช้ฟิล์ม

By MercedesBenz

เมอร์เซเดส-เบนซ์สร้างสีสันให้กับวงการรถหรูอีกครั้ง เปิดตัวรถสปอร์ตสมรรถนะสูง 5 รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG เอาใจคนรักความเร็ว และแรงโดยเฉพาะ ยกทัพมาทั้งรุ่น Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé ที่เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และรูปร่างที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมที่จะยกระดับประสบการณ์ ในการขับขี่รถสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวทั้ง 5 รุ่นในวันนี้ จะไม่เพียงแค่สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีในประเทศไทย ที่ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 18 รุ่น ครอบคลุมทั้งตระกูล 43, 45, 53, 63, 63 S และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที โดยในปีนี้ ทางบริษัทฯ ยังเตรียมมอบเซอร์ไพรส์ให้กับทุกท่าน ด้วยการวางแผนนำเสนอรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีรุ่นใหม่ถึง 5 รุ่นทั้งรุ่นนำเข้าและรุ่นประกอบ ในประเทศ ซึ่งนอกจากรถยนต์รุ่นใหม่แล้ว ทางบริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของกิจกรรม สานสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและลูกค้าของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกท่าน จึงได้จัดเตรียมกิจกรรมไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น AMG Private Lounge คอมมูนิตี้สำหรับกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีโดยเฉพาะ เพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางบริษัทฯ จัดขึ้นทั้งในประเทศไทย และกิจกรรมจากค่ายเอเอ็มจีทั่วโลกอีกด้วยด้วย นอกจากนี้ เรายังเตรียมจัด AMG Driving Academy เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ผู้ชื่นชอบความเร็วแรงทุกท่าน ได้สัมผัสรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างใกล้ชิด ภายใต้คำแนะนำของทีมนักขับมืออาชีพ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั้ง 13 แห่ง ทั่วประเทศที่พร้อมมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ” ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมพร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ

By MercedesBenz

เพื่อตอกย้ำภาพการเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตสายพันธุ์แรงระดับแถวหน้าของโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่น พร้อมจัดกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับการขนทัพรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG ครบทั้งตระกูลในทุกเซ็กเมนต์ พาสื่อมวลชน และลูกค้าก้าวข้ามขีดความสามารถขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะกับทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ดีกรีแชมป์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 13 - 21 ตุลาคม 2561 กิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ได้แบ่งผู้เข้ารับการอบรมออกเป็น กลุ่มต่างๆ และแบ่งการทดสอบออกเป็น 4 สถานี พร้อมแบบฝึกหัดสุดท้าทายในการขับขี่แบบเต็มสนาม โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับประสบการณ์จริงจากการฝึกทักษะแต่ละด้าน และได้รับทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยม เทคโนโลยี และนวัตกรรมอันก้าวล้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของแนวคิดในการผลิตรถยนต์ Mercedes-AMG ทุกรุ่น ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกทุกฐานแล้ว ผู้ขับขี่จะมีความเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากสมรรถนะ และเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มาพร้อมกับตัวรถได้อย่างเต็มที่ อีกหนึ่งความพิเศษคือการเปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่นยอดนิยม ได้แก่ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศ ที่มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ของตระกูลซี-คลาส และการยกระดับสมรรถนะ ด้วยการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ รวมถึงเพิ่มเติมความหรูหราและความสปอร์ตภายในห้องโดยสารให้โดดเด่นกว่าที่เคย Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ รถยนต์ตัวแรงที่สุดที่เคยมีมาในรถยนต์ตระกูล  E-Class ด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร 612 แรงม้า เร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.4 วินาที และสุดท้ายกับ Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้เจนเนอเรชั่นล่าสุดในกลุ่ม Dream Car

By MercedesBenz

อยากตรวจสอบสมรรถภาพรถ ครบกำหนดเช็คระยะ แต่ก็ไม่สะดวกใจ ถ้าต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้คน! เรื่องง่ายๆ เพียงแค่การนำรถเข้าศูนย์บริการฯ ก็กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากทันที ในยุคที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นวันนี้ ที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิต New Normal ที่ต้องเว้นระยะห่าง ไร้การสัมผัส พร้อมมอบความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน มาทำความรู้จักนวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่ Drop & Go CONTACTLESS Service ครั้งแรกในประเทศไทยกับบริการนำรถเข้าศูนย์ฯ แบบไร้การสัมผัส เชื่อมต่อเทคโนโลยีที่มอบทั้งความสะดวกสบายและปลอดภัย โดย เบนซ์ตลิ่งชัน และ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ผู้จำหน่ายและให้บริการเมอร์เซเดสเบนซ์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้สร้างสรรค์ขึ้นตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง โดยผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถนำรถเข้าศูนย์ฯ ได้เพียงปลายนิ้วรวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส ผ่านบริการแอปพลิเคชันในแพลตฟอร์มออนไลน์ ตอบโจทย์ทั้งในเรื่อง ความสะดวก ช่วยให้จองนัดเข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็วทันใจ ประหยัดเวลา เพื่อจะได้ใช้เวลาที่เหลือไปทำภารกิจอื่นๆ ได้ด้วย ปลอดภัย เพราะไม่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับใคร เลี่ยงการนั่งรออยู่ในศูนย์บริการฯ ที่มีคนจำนวนมาก สำหรับ บริการ Drop & Go CONTACTLESS Service นวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่นำรถเข้าศูนย์ฯ สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ เพียง ADD LINE @benztalingchan หรือ @attaautohaus แล้ว CLICK MENU > Drop & Go CONTACTLESS เลือกวัน เวลา กรอกข้อมูลรถยนต์ และการบริการที่ท่านต้องการ ขับรถมาที่ศูนย์ฯ DROP กุญแจรถยนต์ของท่านในกล่อง drop box และ สามารถกลับบ้านได้ทันที สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อกลับด้วยระบบ e-document และชำระค่าสินค้าและบริการผ่านระบบ e-payment ความไฮเทคยังไม่หมดเพียงเท่านี้! สำหรับผู้เข้ารับบริการที่ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ดิจิทัลโชว์รูมแห่งแรกในไทย บนถนนราชพฤกษ์ ยังสามารถพูดคุยกับที่ปรึกษาบริการแบบเสมือนจริงผ่าน ATTA BOT แอทต้าบอท หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก บริเวณจุดส่งมอบรถยนต์ Service Lobby อีกด้วย ทั้งนี้นอกเหนือจากบริการ Drop & Go CONTACTLESS สุดทันสมัยแล้ว สำหรับผู้ที่มาที่ศูนย์บริการฯ ด้วยตนเอง เบนซ์ตลิ่งชัน และแอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ยังให้บริการนำรถเข้าศูนย์ฯ ถึงบ้าน Delivery & Pick up @HOME, บริการตรวจสอบสภาพรถถึงบ้าน Mobile Service @HOME ที่ครอบคลุมทั้งการซ่อมบำรุงตามระยะทาง และบริการซ่อมสีและตัวถังจากอุบัติเหตุต่างๆ ด้วยเครื่องมือและทีมช่าง (Certified Technicians) ที่ได้รับการแต่งตั้งและรับรองอย่างเป็นทางการ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย (Mercedes-Benz Authorized Service Center & Body & Paint Center) อีกด้วย สัมผัสประสบการณ์การให้บริการสุดพิเศษที่แสนสะดวกสบาย ปลอดภัย มั่นใจในมาตรฐาน ได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์มาตรฐานทั้ง 2 แห่ง -เบนซ์ตลิ่งชัน (Authorized Mercedes-Benz Service Center & Authorized Body& Paint Workshop) 24hrs.Call Center: 0 2767 8888 LINE OA: @benztalingchan -แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ (Authorized Mercedes-Benz Service Center) 24hrs. Call Center: 0 2045 9999 LINE OA: @attaautohaus

By MercedesBenz

ทั้งบริษัท สตาร์ต-อัพ และเหล่าศิลปิน กำลังผสมผสานสิ่งทอเข้ากับอัลกอริทึม (algorithms) รวมทั้งนำขยะของเสียมาพัฒนาให้กลายเป็นนวัตกรรมสุดเจ๋ง และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำบางอย่างของการสร้างสรรค์เหล่านี้ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของยานยนต์ที่ผลิตออกมา   สิ่งทอเนื้อนุ่มจากขวดพลาสติก สิ่งที่คุณเห็น ณ ที่นี้ไม่ใช่ผืนหนัง หากแต่เป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ Dinamica ที่มีความยั่งยืนจากบริษัท Miko สัญชาติอิตาเลียน เหนืออื่นใดผ้าไมโครไฟเบอร์ชนิดนี้ผลิตจากเส้นพลาสติกจากขวด PET และเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล และวัสดุชนิดนี้ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนของการศึกษาและพัฒนา มีการตั้งเป้าหมายไว้ว่าในอนาคต ส่วนประกอบของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นวัสดุที่ได้จากกระบวนการรีไซเคิล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ recyclates โดยนับจากปี 2021 ผ้าไมโครไฟเบอร์ Dinamica ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนมากขึ้น จะถูกนำมาใช้ในยวดยานบางรุ่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์   NEW PERSPECTIVES วัสดุทางเลือกและเทคนิคก้าวล้ำ คือสิ่งช่วยเผยมุมมองใหม่ๆ ดังสิ่งที่เรานำมาแสดงให้เห็น ณ ที่นี้ บางส่วนได้ผ่านการทดลองและทดสอบ และบางอย่างได้ถูกนำไปใช้ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นที่เรียบร้อยทั่วทั้งโลก แนวคิดเรื่องการใช้ทรัพยาการให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กำลังถูกทดสอบอย่างจริงจังมากกว่าที่เคย คำถามพื้นฐานที่มักจะพบ ประเภท

By MercedesBenz

เมื่อ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คัดเลือกเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ มาในอีเวนต์อันมีสีสัน ทำเลของงานก็เข้ากับสถานการณ์เป็นอย่างมาก รูปนี้ถ่ายที่ฮอลแลนด์ และเป็นพื้นที่ที่มีธีมเป็นฮอลแลนด์ใน Europa-Park อยู่ไปทางเหนือของ Freiburg im Breisgau ในประเทศเยอรมนี ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดแสดงยานยนต์รุ่นล่าสุุดในสวนสนุุกที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี มีฉากหลังในเวลากลางคืนที่น่าประทับใจ พร้อมด้วยการสร้างสรรค์ภาพจากช่างภาพ บล็อกเกอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ หนึ่งในนั้นคือ เน็ตไอดอล Younes Zarou หนุ่ม วัย 22 ปี ซึ่งใช้ประโยชน์จากสีสันของแสงไฟในความมืด เพื่อถ่ายภาพตนเองใน รถ Vision EQS อินฟลูเอนเซอร์คนนี้ มีแฟนคลับจำนวนมากมาย และในปัจจุบันเขาสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ติดตามมากกว่า 14 ล้านคน บนแพลตฟอร์ม TikTok ด้วยวิดีโอแนว illusion และชุมชนของเขาก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุด เขาโพสต์คลิปเพิ่มเติมใน TikTok และ Instagram ซึ่งเขาให้คุณแอบดูกลเม็ดที่น่าประทับใจของเขา ที่ อินสตาแกรม @youneszarou หรือคลิก https://www.instagram.com/p/CEwJqSKKhC7/ นอกจากนี้ยังมีเบื้องหลังการถ่ายภาพที่น่าสนใจกับ Vision EQS ที่ยูโรปา-พาร์กด้วย   ------------------------------------ ที่มา: MERCEDES ME MAGAZINE Issue 03/2020

By MercedesBenz

"My job is my life" Kelvyn Colt ถูกขนานนามว่าเป็นอนาคตของวงการฮิปฮอปเยอรมนี นั่นเป็นเพราะศิลปินอายุ 26 ปีคนนี้ ได้วางแผนสำหรับอาชีพของเขาในแบบพอเพียง เป้าหมายของเขา ซึ่งก็คือการมีอิสรภาพให้มากที่สุด ส่วนหนึ่งถูกสะท้อนจากการที่เขาเลือกใช้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ EQC Kelvyn Colt มีบุคลิกที่โดดเด่น แม้ท่ามกลางถนนอันวุ่นวายในย่าน Steglitz ของกรุงเบอร์ลิน ทั้งเสื้อผ้าสีพาสเทล ผมทรงเดรดล็อกสีบลอนด์ หมวกที่เขาเรียกว่า “do-rag” ซึ่งค่อนข้างนิยมในหมู่ชนฮิปฮอป Kelvyn Colt ใช้ชีวิตแบบฮิปฮอปอย่างมีแฟชั่น ทั้งสื่อและแฟนๆ ของเขาถือว่าชายอายุ 26 คนนี้ เป็นหนึ่งในแรปเปอร์ที่มีความสามารถมากที่สุดในเยอรมนี เขาเป็นตำนานฮิปฮอปที่หลายๆ คนคิดว่าสามารถโด่งดังในระดับโลกได้ ในแต่ละเดือนมีผู้ฟังมากกว่า 1 ล้านคน คลิกเข้ามาสตรีมเพลงของเขาทาง Spotify   Colt ควรจะได้เป็นทนายความ แต่เขาก็ลาออกจากการศึกษากฎหมาย หลังจากเข้าเรียนเพียงไม่กี่วัน ความพยายามครั้งต่อไปของ Colt ในการศึกษาธุรกิจในลอนดอน ก็เป็นเพียงข้ออ้างที่จะได้ไปต่างประเทศ “ผมรู้มานานแล้วว่าอยากเป็นศิลปิน แต่ผมไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ผมคิดว่าอย่างน้อยผมควรที่จะมอบปริญญาให้พวกท่าน” Colt กล่าว   Career with a purpose แรปเปอร์ลูกครึ่งเยอรมัน-ไนจีเรียจาก Wiesbaden คนนี้ ไม่ได้ตั้งใจร่ำเรียนที่มหาวิทยาลัยในลอนดอน เพียงเพื่อให้พ่อแม่ดีใจ แต่เขามองว่าวิชาเรียนอย่างธุรกิจและการตลาด อาจช่วยเขาได้ในวันข้างหน้า เขามองตัวเองเป็นนักดนตรีและนักธุรกิจ การสื่อสารกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง กลยุทธ์การโฆษณา และความร่วมมือกับแบรนด์ที่มีความสำคัญในปัจจุบัน เขาชอบทำทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง หรือทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารที่ประกอบด้วยผู้หญิงโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่ในโลกฮิปฮอปที่ผู้ชายมักเป็นใหญ่ โดยทั่วไป Colt ทำหลายสิ่งหลายอย่างแตกต่างจากคนรอบข้าง เขาเป็นทูตแห่งความเท่าเทียมและความหลากหลายในอุตสาหกรรมนี้ นี่เป็นเพียงปัญหาบางส่วนที่ Colt ร่วมต่อสู้ในฐานะสมาชิกของชุมชน EQ เขาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มาตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2019 จุดหมายเพื่อรวบรวมผู้คนที่ต้องการสร้างความแตกต่างมาพบกัน   ในช่วงต้นปี Colt ถึงขนาดไถ่ถอนสัญญาของตัวเองออกจากค่ายเพลง และก้าวกระโดดอย่างกล้าหาญสู่ความเป็นอิสระทางศิลปะและธุรกิจ เขาทำตามซูเปอร์สตาร์อย่าง Jay-Z ซึ่งเป็นหนึ่งในไอดอลของ Colt “ถ้าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์ในเพลงของคุณในฐานะศิลปิน คุณก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าพนักงานของค่ายเพลง” ตอนนี้ Colt เป็นเจ้านายตัวเอง และเป็นเจ้าของงานศิลปะของตัวเอง ซึ่งเขาทำการตลาดเองในระดับสากล ตรงกันข้ามกับแรปเปอร์ชาวเยอรมันคนอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องธรรมดาที่ Colt จะแรปเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก การแข่งขันที่สูงเปรียบเสมือนแรงกระตุ้นให้เขา “แน่นอนว่าผมอาจจะรู้สึกประหม่าที่ต้องต่อสู้กับศิลปินฮิปฮอปอย่าง Drake, Kanye West และ Travis Scott ซึ่งมีผู้ฟังรายเดือนบน Spotify และบริการสตรีมมิ่งอื่นๆ เกินกว่า 10 ล้านคน แต่ผมมองมันเป็นแรงบันดาลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันจุดประกายความทะเยอทะยานของผม”   London, Berlin and Paris เจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะประสบความสำเร็จ ยังเห็นได้จากการที่เขาคุยโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา เขาแทบไม่ได้วางสมาร์ตโฟนลง แม้จะโพสอยู่หน้ากล้องก็ตาม คนที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสายรู้ดีว่าเขาจะต้องหยุดสายสั้นๆ เพราะช่างภาพจะต้องการความสนใจของ Colt อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร คนที่คุยกับเขาจากอีกฟากหนึ่ง แทบไม่เคยรู้สึกว่า Colt ฟังแบบไม่ตั้งใจ หรืออยากจะทำอย่างอื่น "งานของผมคือชีวิตของผม เมื่อผมไม่ได้อยู่ในสตูดิโอหรือเขียนเพลง ผมก็จะกำลังตอบอีเมลหรือโทรศัพท์อยู่" แต่งานไม่ใช่ทุกอย่างสำหรับเขา “ผมพยายามจัดเวลาให้ตัวเองด้วย” จากนั้นเขาก็ไปเยี่ยมครอบครัวของเขา พาสุนัขไปเดินเล่น แต่สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย Colt เดินทางไปมาระหว่างลอนดอน เบอร์ลิน ปารีส และสหรัฐอเมริกา บางครั้งต้องอยู่โดยไม่มีกระเป๋าเดินทางเป็นเวลาหลายเดือน เขาใช้เวลาว่างที่มีกับเพื่อนในแวดวงต่างๆ Colt มีเพื่อนมากมาย แม้ขณะที่พบกับเรา เขามีเพื่อนที่บังเอิญตกเครื่องมาเยี่ยมเขา ซึ่งเพื่อนคนนั้นก็ได้ใช้เวลาว่างที่ไม่คาดคิดในเบอร์ลินกับ Kelvyn Colt   Music sounds instead of engine sound เขายังมีความสุขกับวิถีชีวิตที่อาชีพของเขามอบให้ “การเดินทางอย่างสะดวกสบายเพลิดเพลินกับอาหารดีๆ นี่คือสิ่งที่ผมให้ตัวเอง” Colt อธิบาย ขณะเอาสมาร์ตโฟนใส่ในกระเป๋าของชุดสีเขียวพาสเทล ซึ่งออกแบบโดย Virgil Abloh ซูเปอร์สตาร์คนใหม่แห่งวงการแฟชั่น ที่เพิ่งเปิดตัวความร่วมมือกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ Colt รู้ว่าเขามีชีวิตโชคดีขนาดไหน “ที่ไนจีเรีย แค่มีระบบการดูแลสุขภาพที่ใช้งานได้นั้น เป็นสิ่งที่หรูหราสุดยอดแล้ว” ความเห็นอกเห็นใจ และตระหนักในจริยธรรมและสิ่งแวดล้อมของเขา ก็มีบทบาทสำคัญต่อการเดินทางของเขาเช่นกัน เขาชอบขับด้วยระบบไฟฟ้า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC นั้นใช้งานได้จริงในเมือง ผมไม่ต้องการเสียงเครื่องยนต์  การฟังเพลงได้ชัดเจนที่สุด คือสิ่งสำคัญมากกว่าสำหรับผม”   EQC 400 4MATIC ด้วยระยะทำการที่ไกลอย่างเหลือเชื่อ เทคโนโลยีการชาร์จอัจฉริยะที่น่าทึ่ง และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ รถรุ่น EQC ให้ความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นของการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า การขับขี่โดยแทบไม่มีเสียงเครื่องยนต์ แต่ด้วยอัตราเร่งที่ตอบสนอง และเร้าใจในทุกการขับขี่ ภายนอกของ SUV ไฟฟ้าคันนี้ ยังเปล่งประกายความบริสุุทธิ์ สงบ และทันสมัย ที่น่าหลงใหล มันเป็นศูนย์กลางของภาษา การออกแบบใหม่ของความหรูหราที่ก้าวหน้าอย่างแท้จริง Model: Mercedes-Benz EQC 400 4MATIC อัตราบริโภคพลังงานเฉลี่ย (กิโลวัตต์ชั่วโมง/100กม.): 21.3-20.2 ค่าไอเสีย CO2 เฉลี่ย (กรัม/กม.): 0 ระยะทำการ (กม. ตามระบบ NEDC**): จนถึง 429-454 กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์ /แรงม้า): 300/408 อัตราเร่ง (0-100 กม./ชม.): 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.): 180 (จำกัด) **NEDC (New European Driving Cycle) เป็นวิธีวัดค่าการใช้พลังงาน การขับขี่ด้วย Mercedes me App และ Mercedes me Charge แอปพลิเคชัน Mercedes me จะบอกคุณเกี่ยวกับสถานีชาร์จทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ของคุณ โดยนำเสนอการวางแผนเส้นทางที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงจุดชาร์จผ่านการนำทางด้วย Electric Intelligence ส่วนระบบ Mercedes me Charge ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงเครือข่ายการชาร์จสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ใบแจ้งหนี้จะถูกส่งทุกเดือนโดยอัตโนมัติและโปร่งใส แอป Mercedes me ยังช่วยให้คุณสามารถตั้งอุณหภูมิที่สะดวกสบาย ระหว่างการเดินทางไปกับรถเมอร์เซเดส โดยตั้งโปรแกรมสำหรับเครื่องปรับอากาศในฤดูร้อน และเครื่องทำความร้อนที่ในช่วงฤดูหนาวได้อย่างสะดวกผ่านแอป สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ mercedes.me ------------------------------ เรื่อง: HANS BUSSERT ภาพ: HENRIK ALM ที่มา: Mercedes Me Magazine Issue 03/2020

By MercedesBenz

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขนทัพรถยนต์พรีเมี่ยมครบครันทุกเซ็กเมนต์ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars และ SUV รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอย่าง EQ รวมกว่า 25 รุ่น ที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยมีไฮไลต์เป็นรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ “The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic” รถยนต์คอมแพ็ค เอสยูวี เจเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น ระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น และ “Mercedes-Benz A-Class” ยนตรกรรมขนาดคอมแพ็คสุดโฉบเฉี่ยวใหม่ที่มาพร้อมราคาเริ่มต้นเพียง 1,990,000 บาท มาจัดแสดงภายใน งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี โดยเมอร์เซเดส–เบนซ์ ยังมอบแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี สำหรับลูกค้าทุกท่านที่ซื้อและรับมอบรถยนต์เมอร์เซเดส–เบนซ์ และ เมอร์เซเดส–เอเอ็มจี สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2563 รับฟรี! iPhone 12 มูลค่ากว่า 32,000 บาท (จำนวน 1 เครื่อง/รถยนต์ 1 คัน) ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส–เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ เราได้เตรียมทัพรถยนต์พรีเมี่ยมครบครันทุกเซ็กเมนต์ ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars และ SUV รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด อย่าง EQ รวมกว่า 25 รุ่น ที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยมีไฮไลต์พิเศษเป็นรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ 2 รุ่น ที่จะมากระตุ้นตลาดรถยนต์พรีเมี่ยมในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ได้แก่ “The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic” และ “Mercedes-Benz A-Class” ใหม่ ที่มาพร้อมราคาที่แข่งขันได้ และดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมาย ด้วยออปชันที่เรานำเสนอในรถยนต์ภายใต้ดีไซน์ที่มีความโดดเด่น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบครบครัน เมื่อเทียบกับรถยนต์ระดับเดียวกัน เนื่องจากการเป็นรุ่นประกอบในประเทศ เรามั่นใจว่าทั้ง 2 รุ่น รวมถึงรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่เราเตรียมมาจัดแสดง จะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ที่เข้ามาชมงานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้อย่างแน่นอน”  สำหรับ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี เมอร์เซเดส-เบนซ์ยกทัพรถยนต์พรีเมี่ยม มาจัดแสดงครบทุกเซ็กเมนต์กว่า 25 รุ่น อาทิ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+, Mercedes-Benz C 300 e AMG Sport, Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic, Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium, Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic, Mercedes-Benz V 250 d Business PLUS, Mercedes-Benz GLB 200 Progressive และอีกหลายรุ่น โดยมีไฮไลต์เป็นรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ 2 รุ่น ได้แก่   THE NEW MERCEDES-BENZ GLA 200 AMG DYNAMIC รถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบเต็มพิกัดยิ่งกว่าที่เคย เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวให้กับทุกการเดินทางด้วยขุมพลังขนาด 1,332 ซีซี ทว่าให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.7-6.0 ลิตร/100 กม. ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นและทรงพลังในทุกรายละเอียด ภายใต้การกำหนดสัดส่วนของตัวถังให้สั้นลงเล็กน้อย ดูคอมแพ็คมากขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทว่ามาพร้อมความสูงของตัวถังที่เพิ่มขึ้นกว่า 10 เซนติเมตรจากรุ่นก่อน ส่งผลให้ห้องโดยสารแถวหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น ในขณะที่ห้องโดยสารแถวหลังก็มีพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นด้วย ภายในห้องโดยสารให้สัมผัสของการสร้างสรรค์สเกลการออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียด ด้วยสไตล์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต โมเดิร์น และให้ความรู้สึกกว้างขวางที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อเข้ามานั่ง พร้อมเติมเต็มความสปอร์ตด้วยชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior Package และความโดดเด่นของระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบ Active Parking Assist ที่ช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมการแสดงผลหน้าจอจากกล้องหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการนำรถเข้าจอด PARKTRONIC ซึ่งจะทำให้การค้นหาพื้นที่ว่างสำหรับการจอดรถ และการเคลื่อนที่เข้าและออกจากพื้นที่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ที่จะช่วยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าผ่านระบบสัญญาณเรดาร์ และเตือนด้วยเสียงเพื่อให้ผู้ขับขี่เหยียบเบรคเพื่อชะลอความเร็ว ช่วยลดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากการชนรถคันหน้า รวมถึง Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยมอบความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ ในราคา 2,399,000 บาท   MERCEDES-BENZ A-CLASS คือยนตรกรรมสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเติมความโฉบเฉี่ยวให้กับชีวิตในเมืองใหญ่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ด้วยแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม. ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-Benz A-Class สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่เน้นความเรียบง่าย และให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนแรงและดึงดูดใจ ด้วยโครงสร้างภายนอกที่โดดเด่น ผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ และความปราดเปรียวเร้าใจได้อย่างลงตัว ส่วนภายในห้องโดยสารดูทันสมัยและกว้างขวาง เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด รูปลักษณ์ของหน้าปัดออกแบบมาอย่างล้ำสมัย ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในทุกรายละเอียด พร้อมความโดดเด่นของระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น Mercedes-Benz A-Class ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบ Active Parking Assist ที่ช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมการแสดงผลหน้าจอจากกล้องหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการนำรถเข้าจอด PARKTRONIC ซึ่งจะทำให้การค้นหาพื้นที่ว่างสำหรับการจอดรถ และการเคลื่อนที่เข้าและออกจากพื้นที่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ที่จะช่วยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าผ่านระบบสัญญาณเรดาร์ และเตือนด้วยเสียงเพื่อให้ผู้ขับขี่เหยียบเบรคเพื่อชะลอความเร็ว ช่วยลดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากการชนรถคันหน้า รวมถึง Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ Mercedes-Benz A-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่  Mercedes-Benz A 200 Progressive ราคา 1,990,000 บาท   Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ราคา 2,150,000 บาท ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 ตั้งแต่วันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ▶️ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น และแคมเปญพิเศษได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ   ▶️ นอกจากนี้ทางบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน StarFest 2020: The Greatest Offers กับโอกาสครั้งสำคัญที่สุดที่ลูกค้าและผู้สนใจจะได้สัมผัส และเป็นเจ้าของยนตรกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับที่งานมหกรรมยานยนต์ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ▶️ ติดตามข้อมูลข่าวสารของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ที่ www.facebook.com/MercedesBenzThailand

By MercedesBenz

เมื่อเอ่ยถึงอาหารเพื่อสุขภาพ หรืออาหารของคนลดน้ำหนัก “แป้ง” ก็ดูจะกลายเป็นผู้ร้ายที่ใครๆ ก็พยายามลด ละ เลี่ยง คนที่ให้ความสนใจเรื่องอาหารการกินและสุขภาพส่วนใหญ่ จึงหันไปหาอาหารประเภทแป้งไม่ขัดสีจำพวกข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ซึ่งมีประโยชน์มากกว่า จนเมื่อมีกระแสการลดน้ำหนักแบบ คีโตเจนิก (Ketogenic diet) ที่จำกัดการกินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตให้เหลือเพียงแค่ 5% ร่วมกับการจัดสรรสัดส่วนของสารอาหารอื่นๆ ทั้้งไขมันและโปรตีนอย่างเคร่งครัด “อาหารแบบคีโต” ก็เริ่มเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ “ขนมปังไร้แป้ง” ที่เข้ามาเติมเต็มและเป็นทางเลือกใหม่ให้คนที่โหยหาขนมปัง   ขนมปังแห่งยุค ขนมปังทั่วไปทำจากแป้งสาลี ขนมปังไร้แป้ง แปลว่าไม่ใช้แป้ง แล้วจะใช้อะไรล่ะ วัตถุดิบหลักของขนมปังไร้แป้ง หรือที่มักเรียกกันว่า “ขนมปังคีโต” นั้นมีอยู่หลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็น อัลมอนด์ผง มะพร้าวผง โอ๊ตไฟเบอร์ (oat fiber) เมล็ดแฟลกซ์ป่น (flaxseed) ไซเลียมฮัสก์ (pysllium husk) และธัญพืชต่างๆ   อัลมอนด์ผง หรือแป้งอัลมอนด์ ก็คือเมล็ดอัลมอนด์บดละเอียดจนกลายเป็นผงแป้ง คุณค่าทางอาหารเหมือนการกินอัลมอนด์เป็นเมล็ดๆ อุดมด้วย วิตามินอี แมกนีเซียม โพแทสเซียม และไขมันดี มะพร้าวผง หรือแป้งมะพร้าว คือเนื้อมะพร้าวที่คั้นน้ำออกแล้ว และอาจสกัดน้ำมันออกด้วย แล้วผ่านกรรมวิธีต่างๆ จนกลายเป็นผงแป้ง ซึ่งจะยังคงมีกลิ่นหอม ยังมีกากใยหรือไฟเบอร์อยู่รวมทั้งยังคงมีสารอาหารอยู่ด้วย ทั้งโปรตีน ธาตุเหล็ก และกรดไขมันที่มีความยาวปานกลาง ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนัก   โอ๊ตไฟเบอร์ หรือเส้นใยข้าวโอ๊ต เป็นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ มีโปรตีน มีเบตากลูแคน (beta glucan) สารต้านอนมูลอิสระที่วงการแพทยย์ ยอมรับว่าช่วยเรื่องการดูแลรักษาสุุขภาพได้ และเชื่อว่าช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ทางอ้อม   เมล็ดแฟลกซ์ หรือ เมล็ดลินิน ชาวยุโรปนำมากินบำรุงกำลังมานาน มีกากใย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย น้ำมันในเมล็ดแฟลกซ์เป็นไขมันดี มีโอเมก้า 3 และ 6 ขนมปังของคนยุโรปแทบทุกร้านต้องมีส่วนผสมของเมล็ดแฟลกซ์ การใส่เมล็ดแฟลกซ์ลงในส่วนผสมนอกจากเป็นการเพิ่มคุณค่าทางอาหารแล้ว ยังช่วยให้ขนมปังนุ่มหอมมัน และยืดอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้นด้วย   ไซเลียมฮัสก์ หรือเทียนเกล็ดหอย คือเปลือกหุ้มเมล็ดของต้นไซเลียมหรือว่านเทียนเกล็ดหอย มีใยอาหารที่มีคุณสมบัติในการดักจับไขมันและน้ำดีในระบบทางเดินอาหาร และมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย   อิริ ทริทอล (erythritol) เป็นสารให้ความหวานที่มีรสชาติเหมือนน้ำตาลทรายมากที่สุด ไม่ให้พลังงาน ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ ที่ได้จากกระบวนการหมักกลูโคสด้วยยีสต์ ปลอดภัยต่อระบบทางเดินอาหารมากกว่าไซลิทอล (xylitol) ซอร์บิทอล (sorbitol) เหล่านี้คือวัตถุดิบหลักๆ ที่มักนำมาใช้ทำขนมปัง ส่วนจะเติมไข่ เนย เกลือ และยีสต์ หรือไม่อย่างไรนั้น ก็แล้วแต่ว่าสูตรใครก็สูตรใคร   ไร้แป้ง ประโยชน์เพียบ แม้จะเรียกว่าขนมปังไร้แป้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปราศจากแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตอย่างสิ้นเชิง ขนมปังไร้แป้งยังคงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่เพียงแต่น้อยมาก และส่วนผสมที่นำมาทำขนมปังล้วนมีสารอาหารอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า ที่สำคัญคือ มุ่งเน้นในเรื่องให้พลังงานต่ำซึ่งขนมปังประเภทนี้ มักระบุอย่างชัดเจนว่า มีกี่แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน อย่างละกี่กรัม ตามวิถีของชนเผ่าคีโตหรือผู้ลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิก ที่ต้องชั่งตวงวัดปริมาณสารอาหารที่จะกินอย่างเคร่งครัด จึงกลายเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคทั่วไปด้วยเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดของขนมปังไร้แป้งคือ ทำอย่างไรให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสเหมือนขนมปังจริงๆ เพราะคนที่ชอบกินขนมปังโดยมากแล้ว คือหลงใหลในความนุ่มหอม และเนื้อสัมผัสที่หนุบหนับ ความจริงแล้ว เมื่อขนมปังไม่ได้ทำจากแป้งสาลี ก็คงไม่อาจให้เนื้อสัมผัสแบบเดียวกันเป๊ะๆ อย่างขนมปังทั่วไปที่คุ้นเคย นั่นคือโจทย์ใหญ่ที่ผู้ผลิตต่างคิดค้น ทดลอง จนมั่นใจว่า ได้ขนมปังที่มีความนุ่ม หอมไม่ต่างจากขนมปัง ส่วนเนื้อสัมผัสที่พบส่วนใหญ่ จะเหนียวกว่าขนมปังธรรมดาเล็กน้อย และนี่คือแบรนด์ขนมปังไร้แป้งที่ได้รับการพิสูจน์มาจากผู้บริโภคมากมายแล้วว่า แทบไม่ต่างจากขนมปังแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคย ----------🍞----------   Dancing With A Baker ผู้ผลิตขนมปังไร้แป้งเจ้าแรกๆ ของไทย เปิดขายมาราวๆ ปีเศษ เริ่มต้นจากกำลังผลิตขนมปังเพียง 4 ชิ้นต่อวัน จนปัจจุบัน รับยอดสั่งซื้อวันละกว่า 100 ออร์เดอร์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของแดนซิง วิธ อะ เบกเกอร์ หลักๆ มี 3 ชนิด ตั้งชื่ออย่างน่ารักว่า น้องเหลี่ยม น้องกลม และ น้องเลิฟ “น้องเหลี่ยม” และ “น้องกลม” เป็นขนมปังแผ่นแบนๆ ใหญ่ๆ รูปร่างสี่เหลี่ยมและกลมๆ ตามชื่อทำจากผงอัลมอนด์ ผงมะพร้าว เมล็ดแฟลกซ์ เนยจืด วีตโปรตีน ไข่ไก่ เกลือหิมาลายัน อิริทริทอล น้ำมันมะกอก และยีสต์ ชิ้นขนาด 150 กรัม มีคาร์โบไฮเดรต 4 กรัม ไฟเบอร์ 12 กรัม โปรตีน 39 กรัม ไขมัน 18 กรัม ให้พลังงาน 378 แคลอรีต่อชิ้น ซึ่งขนมปังหนึ่งชิ้นขนาดใหญ่เท่าสมุด แบ่งกินได้ 2-3 ครั้ง “น้องเลิฟ” ทำจากโอ๊ตไฟเบอร์เป็นหลัก เป็นสูตรล่าสุดที่พัฒนาขึ้นจนคล้ายขนมปังปกติได้มากที่สุด รูปร่างหน้าตาเหมือนขนมปังที่ใช้ทำฮอตด็อก ชิ้นขนาด 70 กรัม มีคาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไฟเบอร์ 10 โปรตีน 19 และไขมัน 7 กรัม ให้พลังงาน 150 แคลอรี และสื่งที่น่าสนใจคือบรรดาลูกค้าของแดนซิง วิธ อะ เบกเกอร์  นำขนมปังไปสร้างสรรค์กันอย่างสุดอลังการ ทำให้มีรสชาติที่หลากหลาย ลืมคำว่าน่าเบื่อของอาหารเพื่อสุขภาพไปได้เลย   แดนซิง วิธ อะ เบกเกอร์ มีวางขายตามร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพหลายแห่ง และช่องทางออนไลน์ www.dancingwithabaker.com หรือเฟซบุ๊ก dancingwithabaker ----------🍞----------   Pung Pae Ver ปังเป๊ะเวอร์ เรียกตัวเองง่ายๆ ว่าเป็น "ขนมปังคีโต” เป็นขนมปังแบบมีไส้ ทั้งคาวหวาน ตัวขนมปังหรือบันทำจากผงอัลมอนด์  ไข่ไก่ ไซเลี่ยมฮัสก์ และงาขี้ม่อน ใช้อิริทริทอลให้ความหวาน ไม่ใส่ยีสต์ ไม่ใช้ผงฟู ไม่มีไขมันทรานส์ และไม่มีกลูเต็น เปิดขายมาแล้วปีเศษและยังคงสร้างสรรค์รายการขนมปังใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ความโดดเด่นของปังเป๊ะเวอร์ คือมีไส้ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ไส้พื้นฐานอย่าง สังขยา ไข่เค็มลาวา ไก่พริกเผา ไปจนถึง ไส้ไก่แบบข้าวมันไก่ แกงกะหรี่ไก่ กราแตงกุ้ง แซลมอนไข่เค็ม เป็นต้น ขนมปังแต่ละรสชาติให้พลังงานไม่เท่ากัน เช่น ขนมปังเนยโฉดยอดฮิต ครีมเนยแน่นๆ 1 ชิ้น 161 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไส้ที่แคลอรีสูงสุด เห็นจะเป็น ไข่เค็มลาวา 1 ชิ้น 213 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 3.3 กรัม ส่วนที่แคลอรีต่ำสุดๆ คือ พิซซาไก่ชีส เพียง 78 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 2.5 กรัม ฯลฯ เลือกพิจารณากันได้ตามอัธยาศัย ขนมปังของปังเป๊ะเวอร์มีวางขายตามร้านอาหารเพื่อสุขภาพ และทางออนไลน์ที่ www.pungpaever.com หรือเฟซบุ๊ก pungpaever ----------🍞----------   Club No Sugar คลับ โน ชู การ์ ไม่ใช่แบรนด์ขนมปัง แต่คือร้านอาหารแนวใหม่ที่มีอาหารแบบคีโตเจนิกให้บริการอย่างเต็มอิ่ม มีครัวปรุงอาหารคีโตโดยเฉพาะ แยกจากครัวที่ปรุงอาหารปกติทั่วไป รายการอาหารคีโตที่น่าสนใจมีมากมาย เช่น ข้าวดอกกะหล่ำผัดไข่ ข้าวบุกผัดกุนเชียง สปาเกตตีไส้อั่วซอสกะเพรา พิซซาหน้าไข่เค็ม บันเบอร์เกอร์ รวมถึงขนมหวานทั้งขนมไทย ขนมเค้ก ขนมปัง มัฟฟิน เบเกอรีคีโตนานาชนิด ขนมไหว้พระจันทร์แบบคีโตก็มี ที่นี่ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่รวบรวมอาหาร ขนม และวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารคีโตเจนิกไว้อย่างครบครัน ความจริงแล้วอาหารแบบคีโตเจนิก คนทั่วไปก็สามารถรับประทานได้ โดยเฉพาะอาหารที่ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล เพียงแต่ควรระวังอาหารที่มีสัดส่วนไขมันสูง อย่างไรก็ตาม ที่ คลับ โน ชูการ์ ก็มีรายการอาหารปกติทั่วไปให้บริการด้วย Club No Sugar ถนนพระราม 3 (ระหว่างซอยพระรามสาม 39-41) โทร. 06 3146 8224 สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โทร. 06 3883 8111 เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 - 22.00 น. สั่งอาหารผ่านไลน์ ID: @CLUBNOSUGAR เฟซบุ๊ก: Club No Sugar ----------🍞----------   I Bake You Take ขนมปังเพื่อสุขภาพอีกหนึ่งแบรนด์ที่คนเป็นเบาหวานกินได้ ชนเผ่าคีโตกินดี เป็นขนมปังเปล่าๆ แบบขนมปังปอนด์ หลักๆ มีให้เลือก 3 แบบคือ “Yeast bread” ทำจากเมล็ดแฟลกซ์ป่น ผงอัลมอนด์ โอ๊ตไฟเบอร์ ใส่ไข่ เนย และมีกลูเตน ให้พลังงาน 78 แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 1.3 กรัม ไขมัน 4 กรัม โปรตีน 8.3 กรัม, “Nut and seed bread” ทำจากโอ๊ตไฟเบอร์ มีส่วนผสมของเมล็ดแฟลกซ์ป่น เมล็ดเชีย งาขาว งาดำ เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์สไลซ์ ใส่เนย ไข่ และมีกลูเตน ให้พลังงาน 89 แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไขมัน 4.7 กรัม โปรตีน 8.8 กรัม, “Keto soft buns” ขนมปังก้อนกลม ทำจากผงอัลมอนด์ ผงมะพร้าว ไซเลียมฮัสก์ ใส่ไข่ขาว เกลือหิมาลายัน ใช้เนยแท้ ไม่มีกลูเตน ให้พลังงาน 188 แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไขมัน 15.6 และโปรตีน 7.6 กรัม ซึ่งขนมปังของ ไอเบกยูเทกหอม นุ่มนิ่ม ให้รสสัมผัสคล้ายขนมปังปกติมากๆ นอกจากนี้ ยังมีแยมสตรอเบอรีโฮมเมดผสมเมล็ดเชียไม่ใส่น้ำตาล และชีสเค้กหน้าไหม้ Keto Basque burnt cheese cake ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล ที่ทำสดใหม่ โดยสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/OranaiIBYT ----------🍞----------   ที่มา: Mercedes ME Magazine 03/2020

By MercedesBenz

บริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด นำโดย คุณจักรพันธ์ รัตนเพชร ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ สร้างสรรค์บริการพิเศษส่งความอิ่มอร่อยถึงบ้านตอบรับวิถีชีวิตแบบ New Normal ด้วย Silver Voyage White Glove Delivery บริการจัดส่งอาหารระดับพรีเมียมส่งตรงถึงบ้านคุณ ด้วยความปลอดภัยด้านอนามัยสูงสุด Silver Voyage White Glove Delivery บริการจากแบรนด์ Silver Voyage Club แบรนด์ผู้สร้างประสบการณ์เพื่อการจดจำ ภายใต้การบริหารของบริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด บริการที่เริ่มต้นจากแนวคิดฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน กับพันธมิตรร้านอาหารและภัตตาคารชั้นนำ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยวางรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างจากการจัดส่งอาหารทั่วไป ด้วยคุณภาพที่เหนือระดับตั้งแต่จัดส่งโดยทีมงานสวมถุงมือขาว ที่เน้นความสะอาด ปลอดภัย ไร้เชื้อ ได้คัดเลือกร้านอาหารชั้นนำชื่อดังที่มีครัวมาตรฐานสูงของกรุงเทพฯ อาทิ ร้านสุพรรณิการ์ กับอาหารไทยรสชาติต้นตำรับอาหารไทยพื้นบ้านสูตรโบราณ, Nara Thai Cuisine อาหารไทยร่วมสมัยระดับพรีเมียมที่เน้นความกลมกล่อมของรสชาติ, Coffee Bean by Dao อาหารไทยและนานาชาติกับรูปลักษณ์และรสชาติที่ทุกคนคุ้นเคย, Water Library อาหารสไตล์ตะวันตกรสชาติล้ำลึก, ส.โภชนา สั่งได้ทั้งอาหารจีนและอาหารไทยรสชาติเข้มข้น, Hotto Bun ที่มี ‘บันไส้ทะลัก’ เป็นเมนูซิกเนเจอร์อร่อยเด็ด หรือสำหรับคนชอบชาบู สามารถเลือกเซ็ตพิเศษ ทั้งวัตถุดิบและหม้อครบชุดให้รับประทานกันได้ทั้งครอบครัว หรือถ้าอยากลองอาหารระดับมิชลินก็สั่งได้กับ Chim by Siam Wisdom อาหารไทยประยุกต์โดยเชฟระดับมิชลินสตาร์ เป็นต้น โดย Silver Voyage White Glove Delivery ให้บริการจัดส่งอาหารจากร้านโปรดถึงทุกบ้านและทุกคอนโด ในแบบจัดเซ็ตพร้อมรับประทาน ด้วยหลักปฏิบัติสำคัญในการจัดส่ง 3 ประการคือ 1. ใช้รถซีดานจัดส่งอาหารเพื่อความปลอดภัย สะอาด และปราศจากฝุ่นและการปนเปื้อนระหว่างการส่ง รถลิมูซีนจะผ่านการพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อไวรัสทุกเที่ยวการส่ง 2. จัดการแยกประเภทของอาหารเพื่อลดการปนเปื้อนต่างๆ 3. จัดส่งอาหารโดยพนักงานสวมถุงมือขาว ที่เน้นความสะอาดไร้เชื้อไวรัส มุ่งเน้นลดการสัมผัสให้น้อยที่สุดในการจัดส่งอาหาร   สิทธิพิเศษ • สำหรับเมนูอาหารร้านดัง เริ่มต้นเซ็ตเมนูที่ 1,000 บาท ค่าบริการจัดส่ง 350 บาทในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ถือบัตร Citi Mercedes Credit Card ฟรี! ค่าจัดส่ง 350 บาท เงื่อนไข • สำหรับผู้ถือบัตร Citi Mercedes Credit Card เท่านั้น เพียงแจ้ง Code: SVMC2021 จำกัด 200 สิทธิ์ สาขาที่ร่วมรายการ สอบถามเมนูและจองการส่งได้ง่ายๆ ผ่าน World Reward Solutions Concierge โทร. 0 2016 9975 หรือสั่งออนไลน์ได้ที่ http://whiteglove.worldrewardsolutions.com ติดตามข้อมูลต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/worldrewardsolutions ระยะเวลา • ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2564

By MercedesBenz

สัมผัสความงามของท้องทะเล และอ้อมกอดแห่งธรรมชาติ ในบรรยากาศการพักผ่อนระดับห้าดาวได้ที่ บันยันทรี กระบี่ โรงแรมใหม่ล่าสุด ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นบนพื้นที่ส่วนตัวขนาด 26 ไร่ ตั้งอยู่บนชายหาดทับแขกที่ด้านหน้าเป็นวิวท้องทะเลอันดามันอันงดงาม ส่วนรอบข้างนั้นโอบล้อมด้วยร่มไม้นานาพรรณ และอากาศแสนบริสุทธิ์จากอุทยานแห่งชาติเขาหงอนนาค บันยันทรี กระบี่ ได้รับการออกแบบพื้นที่อย่างชาญฉลาด โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพักเป็นสำคัญ นั่นคือการแยกพื้นที่ห้องพักและพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ผ่านคลองธรรมชาติได้อย่างลงตัว สามารถตอบโจทย์การพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าคุณจะเลือกพักภายในห้องสวีท หรือวิลล่าที่กว้างขวาง จำนวน 72 หลัง ภายในถูกตกแต่งแบบทันสมัย ผสมผสานความเชื่อท้องถิ่นของทับแขกในดินแดนแห่งพญานาค พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกห้อง ทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนอันน่าประทับใจ พร้อมดื่มด่ำไปกับความโรแมนติกของวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนี้คุณยังสามารถเต็มอิ่มไปกับอาหารเลิศรสจาก 4 ห้องอาหาร ที่ทุกจานล้วนถูกรังสรรค์มาอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะ เบิร์ดเนส จุดนั่งรับประทานอาหารและถ่ายภาพแห่งเดียวของจังหวัดกระบี่ ที่จะมาช่วยสร้างสีสันให้สังคมออนไลน์ของคุณ ได้จดจำกับภาพของรังนกขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านบนยอดไม้พร้อมด้วยวิวทะเลอันงดงาม เพื่อให้วันพักผ่อนของคุณและครอบครัวเป็นวันที่พิเศษที่สุด ที่นี่ยังได้เตรียมกิจกรรมต่างๆ ไว้ไห้ได้เพลิดเพลินมากมาย อาทิ บอร์ดแบบยืนพาย (Stand Up Paddle Board) การดำน้ำตื้น (Snorkeling) โยคะบนชายหาด การเดินออกกำลังกายหน้าหาดยามเช้า และออกกำลังกายในน้ำ หรือถ้าต้องการการออกกกำลังกายแบบอุปกรณ์ในร่ม ฟิตเนสเซ็นเตอร์ครบครันไปด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย หรือจะเลือกผ่อนคลายความเหนื่อยล้าไปกับ บันยันทรีสปา สปาหรูระดับโลก ที่มีสปาวารีบำบัดเพียงหนึ่งเดียวในกระบี่ เปิดประสบการณ์ศาสตร์แห่งน้ำผ่านสัมผัสทั้งห้า ที่จะทำให้คุณผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เตรียมพร้อมก่อนทำทรีตเมนท์ที่ได้รับการเลือกสรรจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับความสุขและความผ่อนคลายที่สุด ส่วนแขกตัวน้อยที่มากับครอบครัว บันยันทรี กระบี่ พร้อมพาเปิดโลกแห่งความสนุกไปกับกิจกรรม และเครื่องเล่นมากมายที่คิดส์คลับ ภายในพื้นที่กว้างขวางทั้งแบบในตัวอาคารและด้านนอกอาคาร รวมไปถึงสวนน้ำขนาดย่อมที่จะทำให้เด็กๆ เพลิดเพลินได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ เช่นเดียวกันกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว   สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร Citi Mercedes Credit Card • รับส่วนลด 35% จาก Best Available Rate (BAR Rate) • รับส่วนลด 20% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) • รับส่วนลด 20% สำหรับสปา (ยกเว้น Special Promotion และ Facial Treatments) เงื่อนไข • เมื่อชำระด้วยบัตร Citi Mercedes Credit Card เท่านั้น • เมื่อทำการจอง 16 ธันวาคม 63 - 31 มีนาคม 64 และเข้าพักระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 63 - 30 มิถุนายน 63 • ไม่สามารถเข้าพักได้ 29 ธันวาคม 63 - 2 มกราคม 64 และ 10 - 17 เมษายน 64 • ไม่สามารถร่วมรายการโปรโมชั่นอื่นของทางโรงแรม และไม่สามารถใช้ในการจองเป็นกลุ่มตั้งแต่ 10 ห้อง/วิลล่าขึ้นไป • จ่ายเต็มจำนวนเมื่อทำการจองและไม่สามารถรีฟันด์ได้ • เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด สาขาที่ร่วมรายการ บันยัน ทรี กระบี่ 279 หมู่ 3 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81180 โทร: 075 811 888, อีเมล: Krabi@banyantree.com, เว็บไซต์: www.banyantree.com ระยะเวลา: 19 ธันวาคม 63 - 31 มีนาคม 64 ------------------------------- WORD: gorgeousploy Photo: Banyan Tree Krabi ที่มา: MecedesCardJournal Magazine Issue04/2020

By MercedesBenz

เขาใหญ่…จุดหมายท่องเที่ยวอันดับต้นๆ เพื่อการพักผ่อนที่ได้รับความนิยม สำหรับผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติผืนป่า ดินแดนมหัศจรรย์แห่งธรณีวิทยา ที่มีระบบนิเวศน์อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เสน่ห์ของเทือกเขาที่สลับซับซ้อนเขียวตลอดปี อันมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติงดงาม และเดินทางไม่ไกลนักจากกรุงเทพฯ ทำให้ เมอเวนพิค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท เชนโรงแรมและรีสอร์ทสุดหรูชื่อดังระดับโลก ผู้มอบประสบการณ์การพักผ่อนสุดเอ็กคลูซีฟ ยกระดับพื้นที่ ‘มาย โอโซน เขาใหญ่’ สู่ความเป็นสากล ด้วยการเปิดตัว “เมอเวนพิค รีสอร์ท เขาใหญ่” (Movenpick Resort Khao Yai) รีสอร์ทหรูแห่งใหม่ มีสไตล์อันโดดเด่นภายใต้แบรนด์เมอเวนพิค แห่งแรกของเขาใหญ่ และแห่งที่ 10 ของประเทศไทย จากถนนมิตรภาพค่อยไต่ระดับความสูงราวร้อยกว่าเมตร สู่ดินแดนสุดอลังการ รีสอร์ทราวดั่งปราสาทคลาสสิกในเทพนิยายแถบยุโรป ตั้งตระหง่านทอดตัวยาวบนเนินเขียวกว้างสะดุดตา ล้อมรอบด้วยวิวภูเขาแบบ 360 องศา บนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่ ที่ไม่ว่ามองไปองศาไหนให้ได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงาม เงียบสงบ ด้วยความลงตัวของแลนด์สเคปที่ถูกจัดวางกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ราวดั่งภาพวาดในโปสการ์ด เสมือนได้มาเยือนคฤหาสน์ในต่างแดน ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ที่จะได้สัมผัสอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ในอุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะยิ่งลดต่ำลง ทำให้สูดลมหายใจได้อย่างสดชื่นสุดปอด หอมกลิ่นโอโซนบริสุทธิ์อันดับ 7 ของโลก และยังใกล้กับที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อันได้รับการคุ้มครองให้เป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก อีกด้วย ด้วยระยะทางเพียง 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ เมอเวนพิค รีสอร์ท เขาใหญ่ ได้กลายเป็นจุดหมายขึ้นชื่อสร้างความประทับใจ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เรายังไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศ ด้วยสถานการณ์เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยพร้อมใจกันมาเช็คอิน อวดภาพสวยๆ ช่วงชิงพื้นที่บนโซเชี่ยลมีเดียก่อนใคร ความงดงามตั้งแต่สถาปัตยกรรมของรีสอร์ท การตกแต่งสวนสไตล์ยุโรป พื้นที่โล่งกว้างแบบพาโนราม่าที่ถูกโอบกอดด้วยขุนเขา จนไปถึงการตกแต่งอันหรูหราภายในโถงอาคารและห้องพัก เสน่ห์ของรีสอร์ทสไตล์ยุโรปอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ราวกับยกแคว้นทัสคานีมาไว้ที่เขาใหญ่ ด้วยภูมิศาสตร์บริเวณนี้มีความลงตัวในทุกด้าน อันเป็นเอกลักษณ์มีความคล้ายคลึงหมู่บ้านชนบทของประเทศอิตาลี ทำให้รีสอร์ทแห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่น้อยให้กับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพ และพักผ่อนในบรรยากาศสุดชิลสบายๆ เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงวัย หรือแม้แต่คู่รักที่ไม่พลาดชวนกันมาอาบลมห่มดาว แก๊งก๊วนเพื่อนสาวชวนกันหนีฝุ่น PM2.5 หันหลังจากความเร่งรีบของเมืองหลวง มาสู่บรรยากาศปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำนั่งนอนชมวิวปราสาท หรือแม้แต่กิจกรรมแบบครอบครัวก็มีให้ได้เพลิดเพลินหลายรูปแบบ ในด้านสุขอนามัย เมอเวนพิค รีสอร์ท เขาใหญ่ ยังมอบความมั่นใจให้กับผู้เข้าพักตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยมาตราฐานด้านสาธารณสุขไทย SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) ยึดหลักการดูแลรักษาความสะอาด และความปลอดภัยเป็นสำคัญ รวมทั้งยังเข้าสู่มาตราฐานด้านสาธารณสุขระดับสากล ALL SAFE อีกด้วย พนักงานทุกคนได้รับการอบรมเรื่องการดูแลความสะอาดอย่างเข้มข้น มีการฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อทุกที่ที่มีผู้ใช้บริการ และสวมใส่หน้ากากตลอดช่วงเวลาที่ให้บริการอีกด้วย ส่วนของห้องพัก จำนวนรวม 112 ห้อง พร้อมเปิดประตูให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสประสบการณ์อันผ่อนคลายเหนือระดับ กับห้องพักที่โอ่งโถงสวยงามสุดตระการ พร้อมเครื่องใช้อำนวยความสะดวกครบครัน ในส่วนของรีสอร์ท มีจำนวนห้องพัก 62 ห้อง ภายใต้การตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์เรอเนสซองส์ และโมเดิร์นบาร็อค โดยเลือกใช้โทนสีอ่อนกลางผสมผสานกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เริ่มต้นตั้งแต่ ห้องดีลักซ์ (Deluxe Room) ขนาด 45 ตารางเมตร, ห้องเอ็กเซคคลูทีฟ ดีลักซ์ (Executive Deluxe) มีขนาด 55 ตารางเมตร, ห้องโอโซนสวีทแบบสองห้องนอน (Ozone Suite 2 Bedroom) ขนาด 170 ตารางเมตร และ ห้องเพนท์เฮาส์แบบสามห้องนอน (Penthouse 3 Bedroom) ขนาด 350 ตารางเมตร ทุกห้องมีระเบียงส่วนตัวกว้างขวาง มอบเพดานสูงรับกับกระจกบานกว้าง ให้ได้ชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของภูมิทัศน์สไตล์ทัสคานีชนบทแวดล้อมธรรมชาติอย่างเต็มตา พร้อมวิวสนามหญ้าบนกรีนพัตต์กอล์ฟผืนกว้างจากระเบียงห้องส่วนตัว โดยมีวิวภูเขายายเที่ยงเป็นฉากหลังสวยงาม หันหน้าสู่ทิศตะวันออก รับวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องพัก เก้าอี้ โซฟา เตียงนอน รับกันแบบสไตล์ยุโรป ฟูกที่นอนหมอนนุ่มนอนสบาย ผ้าม่านระย้าบนหัวเตียงเสริมให้ยิ่งดูอลังการ ซุ้มโค้งครึ่งวงกลม แท่นวางตามแบบโรมันลวดลายหินปั้นสลักเสลาอ่อนช้อยตามแบบศิลปะของยุคสมัย ห้องน้ำซีทรูเซ็กซี่มาพร้อมอ่างอาบน้ำขาสิงห์ และพื้นหินอ่อนจากเมืองคาร์รารา (Carrara) ที่ศิลปินเอกของโลกหลายยุคเลือกใช้ เพื่อรังสรรค์ผลงานศิลปะมาสเตอร์พีซอันยิ่งใหญ่ โดยมีเอกลักษณ์ของลวดลายไปตามแหล่งธรรมชาติ ได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมที่ เมอเวนพิค รีสอร์ท เขาใหญ่ แห่งนี้ และ ส่วนของวิลล่า จำนวน 50 หลัง ถูกออกแบบให้เป็นหมู่บ้านบรรยากาศแบบทัสคานี ประเทศอิตาลี บนพื้นที่อันงดงามกลมกลืนไปกับธรรมชาติโดยรอบ วิลล่าแต่ละหลังได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า ตัวบ้านใช้น้ำดินของพื้นที่นั้นๆ ผสมเข้ากันกับปูนนำมาฉาบเป็นผนังของตัวบ้านทำให้ได้สัมผัสพื้นผิวดิบๆ สีตุ่นๆ เทคนิคเฉพาะเสมือนบ้านชนบทแถบประเทศอิตาลีดั้งเดิม ปูพื้นหินอ่อนคาร์รารา มีพื้นที่ใช้สอยอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะได้รับวิวที่แตกต่างถึง 3 วิว ลดหลั่นกันไปตามระดับความสูงที่เหลื่อมกันของบ้านบนเนินดิน นั่นคือ วิวเขา วิวสระว่ายน้ำ และวิวสนามกอล์ฟ พร้อมทั้งได้เพลิดเพลินไปกับสระว่ายน้ำส่วนตัว ประกอบด้วย พูลวิลล่าการ์เด้น แบบ 2 ห้องนอน (Villa 2 Bedroom) ขนาด 180 ตารางเมตร, พูลวิลล่าการ์เด้น แบบ 3 ห้องนอน (Villa 3 Bedroom) ขนาด 220 ตารางเมตร, พูลวิลล่าแบบ 5 ห้องนอน (Pool Villa 5 Bedrooms) ขนาด 250 ตารางเมตร เหมาะมากสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว ที่ไม่ควรพลาด! เมื่อมาเยือน เมอเวนพิค รีสอร์ท เขาใหญ่ นั่นคือการตื่นรับแสงอาทิตย์ยามเช้าอันอบอุ่น อาบแสงสีทองทั่วบริเวณสวนสวย อย่างที่ไม่มีอะไรบดบังสายตา ฟังนกส่งเสียงทักทายบินว่อนต้อนรับวันใหม่อันสดใส กิจกรรมเพื่อสุขภาพได้เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายขยับแข้งขา การเดินอย่างมีคุณค่าแบบ “นอร์ดิกวอร์ค” เพื่อเพิ่มสเต็ปและความสนุกที่ต้องอาศัยแรงต้าน ทำให้การเดินพร้อมไม้นอร์ดิกหนึ่งคู่นั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะให้การเผาผลาญแคลอรี่ได้มาก และได้รับประโยชน์กับร่างกายทุกสัดส่วน อีกทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อแขน ขา หัวไหล่ ลำตัว รวมถึงอวัยวะภายในอย่างกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด เป็นการลดความตึงเครียด บรรเทาอาการทางระบบประสาทได้ดี หรือจะยืดเหยียดด้วย กิจกรรม “โยคะ” ให้ร่างกายได้ปรับสมดุลผ่อนคลายการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และหลั่งสารแห่งความสุข แม้แต่เอนจอยไปกับเครื่องออกกำลังกาย ที่ สปอร์ตคลับ ก็ได้เช่นกัน และอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ ที่ดึงดูดให้นักกีฬากอล์ฟ ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นจากทั่วโลก ต้องแวะเวียนมาใช้บริการ My Ozone Golf Club Khao Yai สนามกอลฟ์ 18 หลุม รูปแบบลิงค์คอร์สสนามแรกในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ที่มีความคดเคี้ยวเป็นแนวกว้างอย่างมีมิติ เชื่อมต่อกันระหว่างหลุมหนึ่งไปอีกหลุมหนึ่ง สามารถมองเห็นหลุมอื่นๆ บนทัศนียภาพโล่งกว้าง และได้รับการยอมรับว่าเป็นกรีนที่ดีที่สุดในภาคอีสาน ความท้าทายของสนามนี้ คือการคำนวณทิศทางของการตีลูกให้ข้ามผ่านอุปสรรคแรงลมที่มีตลอดทั้งวัน My Ozone Golf Club ถือว่าเป็นสนามกอล์ฟที่มีแลนด์สเคปสวยที่สุดในเขาใหญ่ เงียบสงบ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของวิวภูเขา วิวคฤหาสน์ ทุ่งดอกไม้ดาวกระจาย ทุ่งดอกคอสมอส หญ้าน้ำพุ ที่ช่วยเสริมบรรยากาศให้กับการเล่นกอล์ฟ และการถ่ายรูป อีกทั้งยังได้ชมวิวทุกทิศทางอย่างเต็มตาแบบ 360 องศา เปิดให้บริการ 6 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ถัดจากตัวรีสอร์ทออกแบบทางเชื่อมสู่โซน สระว่ายน้ำ ที่มีทั้งสระกลางแจ้งและสระในร่ม เพิ่มเสน่ห์ด้วยสะพานยกระดับที่สามารถเดินข้ามยังสระว่ายน้ำอีกฟากฝั่ง บนสะพานนี้ยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวสวยของรีสอร์ตด้านสนามกอล์ฟ โดยรอบแบบ 360 องศา งดงามด้วยฉากหลังของหมู่บ้านคัสคานี่ ราวกับอยู่ในประเทศอิตาลีชนบทจริงๆ ไม่ไกลนักจากตัวรีสอร์ท สามารถเดินออกกำลังกาย หรือจะถ่ายรูปเช็คอินท่ามกลาง สวนสวยสไตล์ยุโรป ที่ตัดแต่งแนวของต้นไม้ได้อย่างสวยงามมีมิติ สุดโรแมนติกด้วยซุ้มโดมกาเซโบ แลนด์มาร์คที่เหมาะที่สุดกับการถ่ายภาพคู่รัก พรีเวดดิ้ง และจัดงานแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา จุดบอกรักที่จะทำให้เจ้าสาว say “Yes, I do” รวมไปถึงทางรีสอร์ทยังมีห้องจัดเลี้ยง Ozone Hall ใกล้กับบริเวณล็อบบี้ ที่สามารถรองรับแขกทั้งแบบฉลองงานแต่งงานได้ถึง 120 ท่าน ในรูปแบบเธียเตอร์ หรือ 200 ท่าน สำหรับงานเลี้ยงค็อกเทล และสามารถปรับรูปแบบรองรับการจัดงานทั่วไป มารีแลกซ์รับแสงแดดอ่อนๆ ยามบ่าย สดชื่นไปกับคาเฟ่สีเขียว อย่างที่คนรักธรรมชาติต้องหลงรัก Castleton Cafe แห่งนี้ ที่ออกแบบได้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ โครงสร้างอันสลักเสลาคล้ายโดมแก้ว ให้ไม้เลื้อยห้อยระย้าฟรีฟอร์มอิสระอ่อนช้อย ซ่อนเสน่ห์อยู่ในแนวของสวนยุโรปคลาสสิคผืนกว้าง ไม่ว่ามองมุมไหนก็จะได้รับความสดชื่นของหมู่มวลไม้ดอกไม้ใบนานาพรรณ และเพลิดเพลินกับชุดน้ำชายามบ่าย ของหวานของคาว อย่าง มาการองสีสวยสูตรหวานน้อย, สโคนหอมนุ่มเกรดพรีเมี่ยม, แซนวิสต่างๆ ที่เสิร์ฟในทาวเวอร์สวยงาม พร้อมชา TWG และยังมีเบเกอรี่แสนอร่อยหลากรสชาติให้เลือกชิม รวมถึงฟงดูว์ช็อกโกแลตเข้มข้น สลัดออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์สดใหม่จากฟาร์มผักของรีสอร์ท สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าพักที่นี่ ก็สามารถเข้ามารับบริการเครื่องดื่ม และของว่างแสนอร่อยที่คาเฟ่แห่งนี้ นั่งชิลชมวิวสวนได้เช่นกัน ไม่ไกลกันเดินเยื้องไปทางฝั่งด้านหน้าของรีสอร์ท จะได้สัมผัสกับความน่ารักของสารพัดสัตว์ อาทิ ม้า ไก่ กระต่าย แกะ และแพะ กิจกรรมที่ทุกครอบครัวถูกใจ ณ My Ozone Animal Club ฟาร์มสัตว์ของรีสอร์ทบรรยากาศเสมือนเมืองนอก โดยมีวิวปราสาทเป็นฉากหลัง สามารถป้อนอาหารสัตว์ ถ่ายรูป พร้อมชมการแสดงของม้าที่ควบอวดความสง่างาม หากใครอยากลองขี่ม้าก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ที่มีให้บริการ หรือถ้าอยากจะช้อปต้นไม้กระถางงามๆ ทางฟาร์มก็มีเพาะพันธ์ุขายในราคาย่อมเยาว์ ฟาร์มสัตว์ของรีสอร์ท ถือว่ามีชื่อเสียงด้านวิวทิวทัศน์อันสวยงามแห่งหนึ่งของเขาใหญ่เลยทีเดียว เดินถัดไปทางด้านหลังมีเส้นทางเชื่อมต่อยังแปลงผักเกษตรอินทรีย์ ที่มีชื่อว่า Ozone Oganic Farm ผักปลอดสารพิษหลากหลายชนิดพันธ์ุ ทั้งพืชผักสวนครัวและผักสลัดต้นอวบแข็งแรงสมบูรณ์เขียวสด กรอบอร่อย ปลูกจากเมล็ดพันธ์ุคุณภาพที่คัดสรรในโรงเรือนที่ได้มาตราฐาน อาทิ พันธ์ุ Red Baby Cos, Green Oak, Frillice, Cos Main, Duplex และยังมีสวนมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อนผลสุกหวานเจี๊ยบเก็บจากต้น ให้ผลดกตลอดทั้งปี สามารถนำวัตถุดิบสดใหม่ออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์นี้ สู่อาหารจานโปรดเสิร์ฟที่ห้องอาหารของรีสอร์ทอีกด้วย สำหรับความเป็นเลิศด้านอาหารของเมอเวนพิค ถือได้ว่าอยู่ในระดับตำนานที่มีมายาวนานกว่า 70 ปี พร้อมนำสุนทรียรสอันเป็นเอกลักษณ์สู่ ห้องอาหาร Flavours of Khao Yai ซึ่งเป็นห้องอาหารหลักของรีสอร์ท ที่เสิร์ฟทั้งสามมื้ออาหารเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ ให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสประสบการณ์รสชาติแสนอร่อยแบบต้นตำรับดั้งเดิมที่น่าจดจำ มีทั้งเมนูซิกเนเจอร์นานาชาติ อาทิ เมนู Mövenpick Birchermuesli, Gruyere Burger, Riz Casimir, Swiss Carrot Cake, Wiener schnitzel, Hot Pan Steak และยังเสิร์ฟอาหารไทยรสเลิศ ที่ปรุงจากวัตถุดิบชั้นดีของท้องถิ่น รวมถึงยังนำผลผลิตปลอดสารเคมีจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ที่รีสอร์ทปลูกเอง มาจัดจานเพิ่มอรรถรสในการรับประทานยิ่งขึ้น โดยมื้อเช้าเน้นอาหารแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติ มีให้เลือกรับประทานหลากหลายเมนู และวาไรตี้ด้วยของหวานที่รังสรรค์มาเพื่อเด็กๆ ด้วย และเมนูสุขภาพที่รังสรรค์ส่วนมื้ออื่นๆ จะเป็นแบบ A La Carte ตามสั่ง อิ่มอร่อยไปพร้อมเพลิดเพลินชมวิวสนามกอล์ฟเขียวสดชื่นจากมุมสูง และมองไกลออกไปเป็นวิววิลล่าที่มีทิวเขาทอดยาวเป็นแบล็กกราวด์ หรือจะเลือกนั่งรับประทานด้านในห้องอาหาร พร้อมเอนจอยบาร์เครื่องดื่ม สำหรับคุณหนูๆ ทางห้องอาหารมีอุปกรณ์สำหรับวาดภาพระบายสี ให้เด็กน้อยได้ปลดปล่อยจินตนาการขณะนั่งรออาหาร เป็นการฝึกฝนสมาธิให้เด็กๆ ได้จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือจะสนุกกับคลาสเรียนรู้การปรุงอาหาร Cooking Class มีให้เลือกทั้งแบบคลาสผู้ใหญ่ และคลาสสำหรับเด็ก ราคา 800 บาทต่อคน จำนวน 6 เมนู เป็นเมนูง่ายๆ ที่เด็กชอบรับประทาน อาทิ Tic Tac Toe, Caterpillar sandwich, Chicken Pesto Rocket Ships, Fresh Fruit Snake In The Jungle, The Mighty Jungle, Birds Nest Spaghetti อีกไฮไลท์ที่ถือได้ว่าเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้รักสุขภาพ Panacee Wellness Khao Yai ศูนย์ดูแลสุขภาพแนวเวชศาสตร์ชะลอวัย (anti-aging) และสปาทรีทเมนท์ ที่นับเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ท ให้การรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แบบองค์รวม รวมถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ได้รับมาตรฐานสากลจากประเทศเยอรมัน สามารถดูแลลึกถึงระดับเซลล์ ทำให้รับรู้ถึงภาวะร่างกายของตัวเองในปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มของการเกิดโรคในอนาคต พร้อมทั้งช่วยวางแผนการดูแลสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีโปรแกรมการรักษาที่หลากหลาย อาทิ โปรแกรมตรวจสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยการวิเคราะห์มวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก อัตราการเผาผลาญ ตรวจดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือจะเป็นโปรแกรมดีท็อกซ์ ช่วยฟื้นฟูหลอดเลือด ตับ ลำไส้ เพื่อการบำรุงร่างกายและผิวพรรณ รวมถึงโปรแกรมทรีทเมนต์ เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก และอ่อนเยาว์ไปอย่างยาวนาน เปิดให้บริการเวลา 08.00 – 20.00 น. และทั้งหมดคือความโดดเด่นเหนือระดับ เมอเวนพิค รีสอร์ท เขาใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงรีสอร์ทเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นรีสอร์ทที่มอบประสบการณ์อันสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิตที่เพียบพร้อม รองรับนักพักผ่อนทุกเพศทุกวัย ทุกช่วงอายุ ที่มองหาสถานที่ผ่อนคลายอย่างมีสไตล์ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนสังคมเมืองรูปแบบใหม่แบบครบจบในที่เดียว   และทางรีสอร์ท

By MercedesBenz

เบลมอนด์ นภาใส เกาะสมุย แบรนด์โรงแรมในเครือลักซ์ชัวรี่ LVMH Moet Hennessy Louis Vuitton จุดหมายที่พักระดับไฮเอนด์สไตล์ไทย โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งบนชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะสมุย วางตัวกลมกลืนไปกับแนวธรรมชาติของป่าเขาแนบชิดติดทะเล มอบแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางสัมผัสสุดยอดประสบการณ์แบบ Local Experience ด้วยการเดินทางเพียง 20 นาที จากสนามบินสมุยสู่ตำบลบ้านใต้ ภาพบ้านเรือนสองริมทางค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยร่มเงาต้นไม้ใหญ่ที่กระจายหนาแน่นรอบภูเขาส่วนตัว ซีเครทแลนด์ดินแดนที่เสมือนหลุดเข้าไปสู่อีกโลกแห่งความสุขสงบ ปล่อยนาฬิกาชีวิตให้เดินไปอย่างช้าๆ และทันทีที่ก้าวเข้าสู่โถงต้อนรับ สัมผัสถึงโอโซนสดชื่นของลมทะเลพัดผ่านพื้นที่อันเปิดโล่ง ภายใต้โครงสร้างเล่นระดับ สอดรับกับดีไซน์ในสไตล์ไทยอินสไปร์ กลิ่นอายความเป็นไทยที่สัมผัสได้ถึงการผสมผสานเสน่ห์ท้องถิ่นได้อย่างลงตัว  ความใส่ใจในสุขอนามัยนับเป็นเฟิร์สอิมเพรสชั่นตั้งแต่ก้าวแรก การมอบความเชื่อมั่นในด้านสาธารณสุขตามมาตราฐาน SHA ที่พนักงานได้รับการอบรมมาอย่างเข้มข้น ทั้งเรื่องการดูแลความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในทุกพื้นที่ทั่วโรงแรม สวมใส่หน้ากากตลอดช่วงเวลาที่ให้บริการ เพื่อมอบความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้เข้าพัก และพร้อมเปิดประตูวิลล่ารอให้เราเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ความหรูหรากับ 68 วิลล่า 6 สไตล์ มอบพื้นที่ส่วนตัวกว้างขวางพักผ่อนสบายเสมือนบ้านอีกหลัง ถูกจัดวางบนแลนด์สเคปอันงดงามลดหลั่นตามแนวเขาอันร่มรื่นเขียวสดชื่นของต้นไม้สูงใหญ่ดั้งเดิม ทุกวิลล่าหันหน้ารับวิวทะเล อันประกอบด้วย ซีวิววิลล่า จำนวน 34 หลัง อยู่บนเชิงเขารับวิวของหมู่เกาะจากมุมสูง, โอเชี่ยนฟรอนท์วิลล่า จำนวน 11 หลัง ให้เพลิดเพลินไปกับการนอนฟังเสียงคลื่นแบบแนบชิดทะเล, การ์เดนวิลล่า ซ่อนตัวอยู่ในโซนสวนอันร่มรื่นพร้อมศาลาพักผ่อน จำนวน 6 หลัง, บีชฟรอนท์วิลล่า แบบหนึ่งห้องนอน เพียง 3 หลัง เปิดรับวิวธรรมชาติหน้าหาด, พูลวิลล่า แบบหนึ่งห้องนอน 1 หลัง ให้ได้เอกเขนกริมสระว่ายน้ำส่วนตัว และ โอเชียนฟรอนท์ พูล เรสซิเดนซ์ จำนวน 13 หลัง มอบความลักซ์ชัวรี่อย่างที่สุด ตั้งแต่หนึ่งห้องนอนไปจนถึงแบบห้าห้องนอน ออกแบบเล่นระดับรับกับสวนป่าเขตร้อน  วิลล่าทุกหลังได้รับการออกแบบให้คงกลิ่นอายความเป็นไทยเหนือกาลเวลาด้วยไม้สักทั้งหลัง โดดเด่นด้วยหลังคาทรงปั้นหยา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างไทยผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็นชิ้นงานศิลปะสลักเสลา ผ้าทอมือพื้นเมืองฝีมือสุดปราณีต ทุกสัมผัสเหมือนพักผ่อนอยู่ที่บ้านอันเงียบสงบ พร้อมระเบียงส่วนตัวกว้างขวางเปิดรับวิวทะเลพาโนราม่า ที่มีหมู่เกาะอ่างทอง เกาะเต่า และเกาะพงัน เป็นฉากหน้า อีกจุดเด่นไม่เหมือนที่ไหนด้วยดีไซน์อ่างอาบน้ำหินขัดเทอราซโซ่ ให้อารมณ์ดั่งทำสปาส่วนตัวในห้องพัก อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการงดใช้พลาสติก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเครื่องใช้ครบครัน ถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุที่ออกแบบจากเส้นใยธรรมชาติทั้งสิ้น สำหรับพิกัดจุดพักผ่อนที่ไม่ควรพลาดถ่ายรูปเช็คอินบริเวณ สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ ที่วางตัวขนานไปกับแนวผืนทะเล มอบความรู้สึกชิลสบายพักสายตาไปกับวิวทิวมะพร้าว พร้อมเอนจอยค็อกเทลที่ อินฟินิตี้บาร์  หรือจะรีแลกซ์ที่ เดอะ สปา เพื่อปรับสมดุลร่างกายแบบองค์รวม โดยเทอราปิสผู้เชี่ยวชาญการนวดเฉพาะทาง มอบความผ่อนคลายอย่างลึกล้ำ ไม่ว่าจะเป็นนวดแผนไทย ประคบสมุนไพร นวดแบบอายุรเวท หรือทรีตเมนท์เพื่อการบำรุงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ท่ามกลางบรรยากาศสวนร่มรื่น ได้เวลาเพลิดเพลินไปกับสุนทรียรส ณ ห้องอาหารลายไทย ที่เสิร์ฟอาหารมื้อหลักเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ ด้วยเมนูอาหารไทยต้นตำรับ อาหารท้องถิ่น และเมนูอาหารนานาชาติ ปรุงสดด้วยวัตถุดิบปลอดสาร จากสวนซีเครทการ์เด้นของโรงแรม ในสองบรรยากาศเลือกนั่งสบายๆ ทั้งภายในห้องแอร์ที่ได้รับการตกแต่งแบบไทยอีสานผสมผสานไทยเหนือ และโซนด้านนอกแบบเปิดโล่งรับวิวธรรมชาติ หรือจะเอนจอยดินเนอร์ริมหาดกับเมนูซีฟู้ดสดๆ สไตล์บาร์บีคิวปิ้งย่าง และอีกหลากเมนูมื้อค่ำแสนอร่อย ไปพร้อมเพลิดเพลินวิวของทะเลยามเย็นที่ บีชเรสเตอรอง ในทุกช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่นี่ ให้ความรู้สึกสุขสงบลึกถึงจิตวิญญาณ เป็นการชาร์ตพลังจากภายในได้อย่างยอดเยี่ยม ท่ามกลางธรรมชาติผืนใหญ่ของภูเขาลูกย่อมครอบคลุมพื้นที่กว่า 43 เอเคอร์ บนหาดแม่น้ำทางตอนเหนือของเกาะสมุยนี้ ‘เบลมอนด์ นภาใส’ ให้ความสำคัญกับการรักษาผืนป่าอนุรักษ์ไม้ยืนต้นของพื้นที่ดั้งเดิมไว้ และบริเวณชายหาดของโรงแรม จัดได้ว่าเป็นหาดส่วนตัวสวยที่สุดหาดหนึ่งบนเกาะสมุยเลยทีเดียว สำหรับกิจกรรมทางทะเล ที่ทางโรงแรมมีให้บริการหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก คายัค วินด์เซิร์ฟ บอร์ดยืนพาย เรือใบ อีกทั้งยังรังสรรค์โปรแกรมพาเยี่ยมชมเกาะใกล้เคียง และจัดทริปดำน้ำตื้นให้ได้สนุกสนานเพลิดเพลิน อย่าง หมู่เกาะอ่างทอง เกาะมัดสุม เกาะเต่า เกาะนางยวน และสำหรับกิจกรรมเรียกเหงื่อเพิ่มมวลความสุขกับการออกกำลังกาย เรียนรู้ศิลปะมวยไทย โยคะ วอลเลย์บอลชายหาด และคลาสกิจกรรมสำหรับเด็ก ได้สนุกไปกับการเป็นนักประดิษฐ์และเชฟตัวน้อย และล่าสุด “เบลมอนด์ นภาใส” ยังรังสรรค์กิจกรรมทางเลือกเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้เข้าพัก ได้สัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง และยังได้มีส่วนในการสนับสนุนอาชีพให้กับคนชุมชนทางอ้อม แบ่งปันความสุขซึ่งกัน กับ โปรแกรม Belmond + YOU รวมอยู่ในแพ็กเกจห้องพักให้เลือกแบบสองคืน และแบบสี่คืน พร้อมกิจกรรมครึ่งวันรวมอาหารกลางวัน 2 แพ็กเกจ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปช่วยเหลือ 'มูลนิธิเด็กพิเศษเกาะสมุย' และ 'ชุมชนที่ได้ไปทำกิจกรรม' โดยแพ็กเกจแรก 'สัมผัสวิถีชีวิตชาวชุมชนท่องเที่ยวเกษตร เกาะสมุย' เพลิดเพลินในสวนมะพร้าว และเรียนรู้สนุกสนานไปกับการทำขนมพื้นถิ่นขึ้นชื่อ “กาละแม” ในราคาแพ็กเกจ USD 500 ส่วนแพ็กเกจที่สอง พาชมความงดงามของปฏิมากรรม พระพุทธรูป นางในวรรณคดี ยักษา และสัตว์ต่างๆ อันเปี่ยมมนต์ขลัง ถูกจัดวางกลมกลืนไปกับผืนป่าและธารน้ำตกที่ 'เมจิก การ์เดน' จากนั้นเดินทางไปสักการะบูชา ‘หลวงพ่อแดง ณ วัดคุณาราม’ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่มรณะภาพโดยสรีระสังขารไม่เน่าเปื่อยอยู่ในท่าขัดสมาธิ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเกาะสมุยอย่างมาก ในราคาแพ็กเกจ USD 1,000 สำหรับสองท่าน เปิดประสบการณ์การเดินทางอย่างมีความหมาย วางแผนพักผ่อนช่วงวีคเอ็นด์ หรือเตรียมฉลองวันหยุดยาวช่วงเทศกาลแห่งความสุข “เบลมอนด์ นภาใส” เกาะสมุย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้วยสองโปรโมชั่นสุดคุ้ม ดังนี้ ▶️ โปรโมชั่นห้องพักราคาพิเศษ สำหรับคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทย ในราคาเริ่มต้นที่ 3,600 ++ บาท ต่อห้องต่อคืน โดยแพคเกจรวมอาหารเช้า, รถรับส่งไป-กลับสนามบินสมุย, พร้อมรับส่วนลด 20% สำหรับอาหาร เครื่องดื่ม และสปา, คลาสโยคะ 60 นาทีหนึ่งครั้ง และฟรี! อุปกรณ์เล่นกิจกรรมทางน้ำ เช่น เรือคายัค, แพดเดิลบอร์ด โดยแจ้งโค้ด “SAMUI” ▶️ โปรโมชั่นห้องพักเรสซิเด้นซ์ เมื่อจองห้องพักเรสซิเด้นซ์ รับฟรี! เครดิตสำหรับทานอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงแรม 50% ของราคาห้องพัก แพ็กเกจนี้ ฟรี! รถรับส่งสนามบิน อาหารเช้า และคลาสเรียนมวยไทยส่วนตัวในวิลล่าหนึ่งชั่วโมง ราคาห้องพักแบบสองห้องนอน อยู่ที่ 17,500 บาทต่อคืน ราคาห้องพักแบบสามห้องนอน อยู่ที่ 22,500 บาทต่อคืน และราคาห้องพักแบบสี่ห้องนอน อยู่ที่ 27,500 บาทต่อคืน โดยแจ้งโค้ด “50FB” ▶️ สามารถจองห้องพัก หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 077 429 200 หรืออีเมล info.nap@belmond.com หรือที่ www.belmond.com/napasai พิกัด: โรงแรมเบลมอนด์ นภาใส หาดบ้านใต้ อ. แม่น้ำ เกาะสมุย สุราษฏร์ธานี 84330 ช่องทางติดตามข่าวสาร : โทร. 077 429 200, เว็บไซต์ www.belmond.com, Facebook: Belmond Napasai, Instagram: @belmondnapasai, Line Office: @belmond.napasai, Email: reservations.nap@belmond.com

By MercedesBenz

ขอเชิญชวนทุกคนหลุดเข้าสู่โลกกาแลกซี่ เปิดประสบการณ์ทางศิลปะในรูปแบบใหม่ ของปี 2021 กับงาน “Lyra Galaxy Experience” ด้วยบรรยากาศแสง สี เสียง จากการผสมผสานของ Visual Lighting และ Art Installation หรือศิลปะดิจิทัล ให้มีความสุข รอยยิ้ม สัมผัสความแปลกใหม่ และดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของดวงดาว Lyra ทั้ง 6 ดวง ประกอบไปด้วย "ปัญ - เจนนิษญ์ - ฟ้อนด์ - เนย - นิว -นิกี้" Noey (เนย)- Forest  ตัวแทนของความร่มรื่น ความสวยงามของป่าที่มีเสียงน้ำไหล เสียงนกร้อง ให้ความรู้สึกสดชื่น สบายใจ ในโลกที่ทำหลาย ๆ อย่างด้วยความเร่งรีบ ความวุ่นวายจากหลาย ๆ สิ่งที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน อยากให้ทุกคนมาโซนนี้ได้พักผ่อน จากความเร่งรีบ ปล่อยตัวเองให้ได้พักผ่อนไปกับเสียงของธรรมชาติ และได้รับความสวยงามกลับไปด้วย ซึ่งในโลกที่วุ่นวาย ลองปล่อยใจให้สบายไปกับเสียงของธรรมชาติ อย่างน้อยอยากให้ที่ตรงนี้ ได้เป็นความสบายใจของทุกคน Niky (นิกี้) - Lunar ตัวแทนของดวงจันทร์ เป็นดาวเคราะห์ที่ไม่สามารถส่องสว่างด้วยตัวเองได้ หากขาดดวงจันทร์ไป คนบนโลกก็คงไม่ได้เห็นแสงสีเหลืองนวล ที่ส่องสว่างยามราตรี และถ้าขาดดวงดาวไปท้องฟ้าตอนกลางคืนก็คงขาดความเป็นประกายและขาดสีสัน ดวงจันทร์คงอยู่คนเดียวไม่ได้ Jennis (เจนนิษญ์) - Cold LAVA  สื่อถึงสีน้ำเงิน เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสุขุม นุ่มลึก เมื่อมารวมกับลาวา ทำให้แสดงออกมาเป็นความหนักแน่นที่มีพลัง แต่ก็ยังคงความพลิ้วไหวเหมือนสายน้ำที่ไหลอย่างช้า ๆ ไปบนทุกพื้นผิวที่รองรับ New (นิว) - Snow  เมื่ออยู่ในห้องที่ชื่อว่า SNOW คุณคิดยังไงกับ "หิมะตก" ทุกคนมีความผิดพลาดเหมือนกัน มีความผิดหวังเหมือนกัน แต่คนที่สำเร็จ คือคนที่มองเห็นความสวยงาม ของการตกลงมาของชีวิตได้ ว่านี่คือขึ้นบันได ที่จะพาเราเข้าใกล้ความสำเร็จมากยิ่งขึ้น Pun (ปัน) - Aurora ONCE IN A LIFETIME" กับแสงเหนือ ถือเป็นสิ่งที่หนูใฝ่ฝันอยากจะเห็นสักครั้งในชีวิต และคิดว่าหลาย ๆ คนก็อาจมีความฝันนี้อยู่ มีหลายอย่างในห้องนี้ที่จะทำให้เราเชื่อมต่อถึงกันและกัน และห้อง ๆ นี้ก็คงเป็นเหมือนสิ่งที่สามารถบอกพวกเราได้ว่า ความฝันของเราเป็นจริงได้นะ Fond (ฟ้อนด์) - Wind เปรียบดั่งลมที่สื่อถึงจินตนาการ หรือความฝันที่สามารถพัดพาทุกสิ่ง ให้เกิดขึ้นจริงได้แบบไม่มีกรอบ ล่องลอยไปกับความรู้สึกสบาย ๆ สำหรับงาน LYRA GALAXY EXPERIENCE เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-23 เมษายน 2564 เวลา10.00-20.00 น. ณ Siam Smile Space ชั้น 4 Siam Discovery  และเริ่มเปิดขายหน้างาน สำหรับบุคคลทั่วไปในวันที่ 6-23 เมษายน 2564 ราคา 250 บาท โดยจะได้โปสการ์ดเป็นของแถม 1 ใบ (คละแบบ 3 แบบ) **หมายเหตุ** : รับเฉพาะเงินสดหน้างานเท่านั้น #LYRAGalaxyExperience #Galaxy #lyra #universalmusic #thailand #IAM #L&E #siamdiscovery

By MercedesBenz

อยากตรวจสอบสมรรถภาพรถ ครบกำหนดเช็คระยะ แต่ก็ไม่สะดวกใจ ถ้าต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้คน! เรื่องง่ายๆ เพียงแค่การนำรถเข้าศูนย์บริการฯ ก็กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากทันที ในยุคที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นวันนี้ ที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิต New Normal ที่ต้องเว้นระยะห่าง ไร้การสัมผัส พร้อมมอบความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน มาทำความรู้จักนวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่ Drop & Go CONTACTLESS Service ครั้งแรกในประเทศไทยกับบริการนำรถเข้าศูนย์ฯ แบบไร้การสัมผัส เชื่อมต่อเทคโนโลยีที่มอบทั้งความสะดวกสบายและปลอดภัย โดย เบนซ์ตลิ่งชัน และ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ผู้จำหน่ายและให้บริการเมอร์เซเดสเบนซ์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้สร้างสรรค์ขึ้นตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง โดยผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถนำรถเข้าศูนย์ฯ ได้เพียงปลายนิ้วรวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส ผ่านบริการแอปพลิเคชันในแพลตฟอร์มออนไลน์ ตอบโจทย์ทั้งในเรื่อง ความสะดวก ช่วยให้จองนัดเข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็วทันใจ ประหยัดเวลา เพื่อจะได้ใช้เวลาที่เหลือไปทำภารกิจอื่นๆ ได้ด้วย ปลอดภัย เพราะไม่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับใคร เลี่ยงการนั่งรออยู่ในศูนย์บริการฯ ที่มีคนจำนวนมาก สำหรับ บริการ Drop & Go CONTACTLESS Service นวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่นำรถเข้าศูนย์ฯ สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ เพียง ADD LINE @benztalingchan หรือ @attaautohaus แล้ว CLICK MENU > Drop & Go CONTACTLESS เลือกวัน เวลา กรอกข้อมูลรถยนต์ และการบริการที่ท่านต้องการ ขับรถมาที่ศูนย์ฯ DROP กุญแจรถยนต์ของท่านในกล่อง drop box และ สามารถกลับบ้านได้ทันที สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อกลับด้วยระบบ e-document และชำระค่าสินค้าและบริการผ่านระบบ e-payment ความไฮเทคยังไม่หมดเพียงเท่านี้! สำหรับผู้เข้ารับบริการที่ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ดิจิทัลโชว์รูมแห่งแรกในไทย บนถนนราชพฤกษ์ ยังสามารถพูดคุยกับที่ปรึกษาบริการแบบเสมือนจริงผ่าน ATTA BOT แอทต้าบอท หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก บริเวณจุดส่งมอบรถยนต์ Service Lobby อีกด้วย ทั้งนี้นอกเหนือจากบริการ Drop & Go CONTACTLESS สุดทันสมัยแล้ว สำหรับผู้ที่มาที่ศูนย์บริการฯ ด้วยตนเอง เบนซ์ตลิ่งชัน และแอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ยังให้บริการนำรถเข้าศูนย์ฯ ถึงบ้าน Delivery & Pick up @HOME, บริการตรวจสอบสภาพรถถึงบ้าน Mobile Service @HOME ที่ครอบคลุมทั้งการซ่อมบำรุงตามระยะทาง และบริการซ่อมสีและตัวถังจากอุบัติเหตุต่างๆ ด้วยเครื่องมือและทีมช่าง (Certified Technicians) ที่ได้รับการแต่งตั้งและรับรองอย่างเป็นทางการ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย (Mercedes-Benz Authorized Service Center & Body & Paint Center) อีกด้วย สัมผัสประสบการณ์การให้บริการสุดพิเศษที่แสนสะดวกสบาย ปลอดภัย มั่นใจในมาตรฐาน ได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์มาตรฐานทั้ง 2 แห่ง -เบนซ์ตลิ่งชัน (Authorized Mercedes-Benz Service Center & Authorized Body& Paint Workshop) 24hrs.Call Center: 0 2767 8888 LINE OA: @benztalingchan -แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ (Authorized Mercedes-Benz Service Center) 24hrs. Call Center: 0 2045 9999 LINE OA: @attaautohaus

By MercedesBenz

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยผลประกอบการปี 63 ย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์รถยนต์ลักซ์ชัวรี ด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านคัน ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 โดยในไทย “Mercedes-AMG” กวาดยอดขายเติบโต 14.9% แม้มีสถานการณ์โควิด-19 พร้อมส่ง “Mercedes-Benz The new E-Class” นำทัพลุยตลาด ก่อนเตรียมส่งรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ตะลุยเปิดตัวต่อเนื่องตลอดปี เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำยอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วยยอดขาย 2,528,349 คัน ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 1,024,315 คันหรือเติบโตขึ้น 4.7% โดยตลาดจีนฟื้นตัวเร็วด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 11.7% ยอดขาย “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ในไทยโต 14.9% ในปี 63 และเฉพาะไตรมาส 4 เติบโตถึง 33.9% โดยยอดขายในส่วนบริการลูกค้าจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เติบโตขึ้นในทุก ๆ แผนก เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อม เปิดตัว “Mercedes-Benz The new E-Class” ที่สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวเปี่ยมเอกลักษณ์ มั่นใจตอบรับทุกความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลประกอบการประจำปี 2563 ย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ลักชัวรีระดับโลก ด้วยยอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 พร้อมย้ำว่าแม้สถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ตลอดปีที่ผ่านมา แต่เมอร์เซเดส–เบนซ์ยังมองเห็นสัญญาณบวกต่อเนื่อง ทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของตลาดจีน ดันยอดขายในจีนเติบโตขึ้น 11.7% และผลักดันให้ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นรวม 4.7% ส่วนในประเทศไทย ยอดขาย “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ก็เติบโตขึ้น 14.9% โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่เติบโตขึ้นถึง 33.9% แสดงให้เห็นว่าความต้องการขับรถยนต์สมรรถนะสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยอดขายในส่วนของบริการหลังการขายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เติบโตขึ้นในทุกๆ แผนกตลอดปีที่ผ่านมา สำหรับปี 64 เมอร์เซเดส–เบนซ์พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดปี โดยเปิดปีด้วยการแนะนำ “Mercedes-Benz The new E-Class” ก่อนตามด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้   มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความมั่นใจว่าตลาดรถยนต์ลักชัวรี จะยังคงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผลักดัน และขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เพราะแม้ว่าเราทุกคนจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา แต่เรายังมองเห็นสัญญาณบวกจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยในตลาดโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงสามารถรักษายอดขายได้มากกว่า 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วยยอดขาย 2,528,349 คัน เพราะเราได้ปรับกลยุทธ์ด้านการขายและการบริการให้เป็นดิจิทัลมากขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย เพื่อให้ก้าวทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ความต้องการในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้เราสามารถทำยอดขายรถยนต์ไฮบริดได้สูงถึง 115,000 คันหรือเพิ่มสูงขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในหลาย ๆ ตลาด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง เฉพาะในเอเชียแปซิฟิก เราสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,024,315 คันหรือเติบโตขึ้น 4.7% โดยมีตลาดจีนเป็นตลาดสำคัญในการขับเคลื่อน ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 11.7% หรือ 774,382 คันซึ่งถือว่าเป็นสถิติใหม่”    “สำหรับในตลาดไทย ด้วยสถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงให้ความสำคัญกับสภาพคล่องของผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และสามารถประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นปี 2563 มาได้ด้วยดี โดยเรายังมองเห็นสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ทั้งยอดขายของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีที่เพิ่มสูงขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ไตรมาสเดียว ยอดขายเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีเพิ่มสูงขึ้นถึง 33.9% เลยทีเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่า ความต้องการขับรถยนต์สมรรถนะสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเพิ่มขึ้น ส่วนยอดขายรถยนต์ V-Class ซึ่งเราเปิดตัวรุ่นใหม่ในปีที่ผ่านมาก็เพิ่มสูงขึ้น 59.2% ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ฝ่ายบริการลูกค้าของเมอร์เซเดส–เบนซ์ ได้วางกลยุทธ์ในการให้บริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งนั่นคือหัวใจในการบริการของเรา โดยเราได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาของ “แพ็คเกจเมอร์เซเดส–เบนซ์ เซอร์วิส พลัส” ขยายระยะเวลาเกินกำหนดของการเข้ารับบริการบำรุงรักษา การดูแลเรื่องความสะอาดที่ศูนย์บริการฯ รวมไปถึงการนำเสนอ “Welcome Back Service Campaign” เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าด้วยส่วนลดและข้อเสนอพิเศษสำหรับบริการหลังการขาย ทั้งหมดนี้จึงทำให้ยอดขายในส่วนของบริการหลังการขาย เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งยอดขายน้ำมันเครื่อง MBOil ที่เติบโตขึ้น 14.4% ยอดขาย MBPaint ที่เติบโตขึ้น 24.4% ยอดขายยางรถยนต์ MBTire ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 260.8% ฯลฯ”    “สำหรับปี 2564 เมอร์เซเดส–เบนซ์ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในครึ่งปีแรก เราเตรียมนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส–เอเอ็มจีรุ่นคอมแพ็คใหม่ รถยนต์ Dream Car รุ่นใหม่ที่หลายคนรอคอย รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมเทคโนโลยีที่เรียกได้ว่าเป็นนิวเอจของเทคโนโลยีไฮบริด รวมถึง Mercedes-Benz The new E-Class ใหม่ ยนตรกรรมอัจฉริยะที่พร้อมมอบทุกสิ่งที่คุณต้องการ สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ โดยมาพร้อมความเหนือชั้นของขุมพลังเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี EQ Power เจเนอเรชันที่ 3 ที่เราพร้อมกระตุ้นตลาดรถยนต์ลักชัวรีอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรกด้วย” มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม   ทั้งนี้ ในปี 2563 ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส–เบนซ์ ยังคงสานต่อการทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งการให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่โรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงา และการให้การสนับสนุนนักเรียนอาชีวะภายใต้โครงการนักเรียนช่างฝึกหัด เมอร์เซเดส–เบนซ์ตามมาตรฐานการศึกษาทวิภาคีเยอรมัน–ไทย ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการกับเมอร์เซเดส–เบนซ์ ทั้งหมด 5 สถาบัน ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ, วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก, วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก, วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก บ้านโป่ง และวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่คนไทยเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ร่วมกันในปีที่แล้ว เมอร์เซเดส–เบนซ์ ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต้านภัยโควิด-19 ด้วยการเชิญชวนผู้ใช้เมอร์เซเดส–เบนซ์ โพสต์ภาพคู่กับรถยนต์ของตนเอง แล้วมอบเงินบริจาค 500 บาทต่อภาพ โดยเมอร์เซเดส–เบนซ์สามารถรวบรวมเงินเป็นจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อมอบให้กับ 4 โรงพยาบาล ที่เป็นศูนย์กลางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และสถาบันบำราศนราดูร   เกี่ยวกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นผู้รับผิดชอบธุรกิจทั่วโลกของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และรถตู้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 173,000 คนทั่วโลก โดยมี โอล่า คัลเลนเนียส เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ รถตู้ และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น ยังมีเจตนารมณ์ในการเป็นผู้นำของโลกในด้านการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ยานยนต์ไร้คนขับ และยานยนต์ทางเลือก โดยการใช้นวัตกรรมล้ำสมัยต่างๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วยแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์ย่อย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัค และ เมอร์เซเดส-มี รวมทั้งแบรนด์สมาร์ท และแบรนด์อีคิว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์โดยสารระดับพรีเมี่ยมรายใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2563 บริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกือบ 2.4 ล้านคัน และรถตู้กว่า 438,000 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ขยายเครือข่ายการผลิตใน 2 กลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยมีฐานการผลิตกว่า 40 แห่งใน 4 ทวีป ควบคู่ไปกับแนวทางการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการในด้านยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ของตัวเองทั่วโลกใน 3 ทวีป การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนล้วนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสองกลุ่มธุรกิจ สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ความยั่งยืนหมายถึงการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระยะยาว ทั้งลูกค้า พนักงาน นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมโดยรวม โดยอาศัยพื้นฐานของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเดมเลอร์ ซึ่งมุ่งรับผิดชอบต่อผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และสังคม จากกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ของบริษัท และให้ความสำคัญต่อห่วงโซ่คุณค่าโดยรวม

By MercedesBenz

เจทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนอย่างเป็นทางการผู้จัดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน งานมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก Games of the XXXII Olympiad หรือ Tokyo 2020 Olympic Games ได้จัดแพ็คเกจสุดพิเศษเพื่อให้แฟนๆ ชาวไทย ร่วมสัมผัสประสบการณ์อันสุดแสนพิเศษ และชมความยิ่งใหญ่ของพิธีเปิด - ปิด โตเกียว 2020 โอลิมปิก เกมส์ รวมถึงแพ็คเกจเข้าชมการแข่งขันกีฬาจากเหล่านักกีฬาชั้นนำของโลก ร่วมสร้างภาพอันแสนประทับใจ และเป็นส่วนหนึ่งของงานการกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติแบบเวิลด์ คลาส ได้ที่ https://www.excitejtb.com ☎️ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4688

By MercedesBenz

ส่งโปรแรง A Year of Good Fortune ฉลองตรุษจีนรับปีวัวแบบเฮงๆ กับข้อเสนอสุดเร้าใจของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ที่จัดมาให้ทั้งดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนเริ่มต้นเพียง 1% และข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ข้อเสนอจาก mySTAR  ที่ให้ผ่อนชำระเพียง 1% ของราคาจำหน่ายรถยนต์แต่ละรุ่น (เมื่อดาวน์เริ่มต้น 25% นาน 60 เดือน) สำหรับรถยนต์รุ่น A-Class, GLA และ GLB ข้อเสนอสุดพิเศษ รับดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% สำหรับรถยนต์รุ่น C-Class อาทิ C 220 d AMG Dynamic, C 300 e Avantgarde และ C 300 e AMG Sport รถยนต์ในกลุ่ม Dream Car อาทิ C 200 Coupe AMG Dynamic และรถยนต์แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อาทิ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe ฯลฯ สุดยอดข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์ Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium (All options) กับการเลือกผ่อนชำระเพียงเดือนละ 99,999 บาท/เดือน นาน 24 เดือน พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้น 1 Mercedes-Benz Protection เป็นเวลา 2 ปี และรับฟรี “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส” โปรแกรมการบำรุงรักษาและขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ตามข้อกำหนด MBSP Compact เป็นเวลา 2 ปี  ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยแคมเปญพิเศษนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น 

By MercedesBenz

เมื่อเอ่ยถึงอาหารเพื่อสุขภาพ หรืออาหารของคนลดน้ำหนัก “แป้ง” ก็ดูจะกลายเป็นผู้ร้ายที่ใครๆ ก็พยายามลด ละ เลี่ยง คนที่ให้ความสนใจเรื่องอาหารการกินและสุขภาพส่วนใหญ่ จึงหันไปหาอาหารประเภทแป้งไม่ขัดสีจำพวกข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ซึ่งมีประโยชน์มากกว่า จนเมื่อมีกระแสการลดน้ำหนักแบบ คีโตเจนิก (Ketogenic diet) ที่จำกัดการกินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตให้เหลือเพียงแค่ 5% ร่วมกับการจัดสรรสัดส่วนของสารอาหารอื่นๆ ทั้้งไขมันและโปรตีนอย่างเคร่งครัด “อาหารแบบคีโต” ก็เริ่มเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ “ขนมปังไร้แป้ง” ที่เข้ามาเติมเต็มและเป็นทางเลือกใหม่ให้คนที่โหยหาขนมปัง   ขนมปังแห่งยุค ขนมปังทั่วไปทำจากแป้งสาลี ขนมปังไร้แป้ง แปลว่าไม่ใช้แป้ง แล้วจะใช้อะไรล่ะ วัตถุดิบหลักของขนมปังไร้แป้ง หรือที่มักเรียกกันว่า “ขนมปังคีโต” นั้นมีอยู่หลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็น อัลมอนด์ผง มะพร้าวผง โอ๊ตไฟเบอร์ (oat fiber) เมล็ดแฟลกซ์ป่น (flaxseed) ไซเลียมฮัสก์ (pysllium husk) และธัญพืชต่างๆ   อัลมอนด์ผง หรือแป้งอัลมอนด์ ก็คือเมล็ดอัลมอนด์บดละเอียดจนกลายเป็นผงแป้ง คุณค่าทางอาหารเหมือนการกินอัลมอนด์เป็นเมล็ดๆ อุดมด้วย วิตามินอี แมกนีเซียม โพแทสเซียม และไขมันดี มะพร้าวผง หรือแป้งมะพร้าว คือเนื้อมะพร้าวที่คั้นน้ำออกแล้ว และอาจสกัดน้ำมันออกด้วย แล้วผ่านกรรมวิธีต่างๆ จนกลายเป็นผงแป้ง ซึ่งจะยังคงมีกลิ่นหอม ยังมีกากใยหรือไฟเบอร์อยู่รวมทั้งยังคงมีสารอาหารอยู่ด้วย ทั้งโปรตีน ธาตุเหล็ก และกรดไขมันที่มีความยาวปานกลาง ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนัก   โอ๊ตไฟเบอร์ หรือเส้นใยข้าวโอ๊ต เป็นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ มีโปรตีน มีเบตากลูแคน (beta glucan) สารต้านอนมูลอิสระที่วงการแพทยย์ ยอมรับว่าช่วยเรื่องการดูแลรักษาสุุขภาพได้ และเชื่อว่าช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ทางอ้อม   เมล็ดแฟลกซ์ หรือ เมล็ดลินิน ชาวยุโรปนำมากินบำรุงกำลังมานาน มีกากใย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย น้ำมันในเมล็ดแฟลกซ์เป็นไขมันดี มีโอเมก้า 3 และ 6 ขนมปังของคนยุโรปแทบทุกร้านต้องมีส่วนผสมของเมล็ดแฟลกซ์ การใส่เมล็ดแฟลกซ์ลงในส่วนผสมนอกจากเป็นการเพิ่มคุณค่าทางอาหารแล้ว ยังช่วยให้ขนมปังนุ่มหอมมัน และยืดอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้นด้วย   ไซเลียมฮัสก์ หรือเทียนเกล็ดหอย คือเปลือกหุ้มเมล็ดของต้นไซเลียมหรือว่านเทียนเกล็ดหอย มีใยอาหารที่มีคุณสมบัติในการดักจับไขมันและน้ำดีในระบบทางเดินอาหาร และมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย   อิริ ทริทอล (erythritol) เป็นสารให้ความหวานที่มีรสชาติเหมือนน้ำตาลทรายมากที่สุด ไม่ให้พลังงาน ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ ที่ได้จากกระบวนการหมักกลูโคสด้วยยีสต์ ปลอดภัยต่อระบบทางเดินอาหารมากกว่าไซลิทอล (xylitol) ซอร์บิทอล (sorbitol) เหล่านี้คือวัตถุดิบหลักๆ ที่มักนำมาใช้ทำขนมปัง ส่วนจะเติมไข่ เนย เกลือ และยีสต์ หรือไม่อย่างไรนั้น ก็แล้วแต่ว่าสูตรใครก็สูตรใคร   ไร้แป้ง ประโยชน์เพียบ แม้จะเรียกว่าขนมปังไร้แป้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปราศจากแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตอย่างสิ้นเชิง ขนมปังไร้แป้งยังคงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่เพียงแต่น้อยมาก และส่วนผสมที่นำมาทำขนมปังล้วนมีสารอาหารอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า ที่สำคัญคือ มุ่งเน้นในเรื่องให้พลังงานต่ำซึ่งขนมปังประเภทนี้ มักระบุอย่างชัดเจนว่า มีกี่แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน อย่างละกี่กรัม ตามวิถีของชนเผ่าคีโตหรือผู้ลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิก ที่ต้องชั่งตวงวัดปริมาณสารอาหารที่จะกินอย่างเคร่งครัด จึงกลายเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคทั่วไปด้วยเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดของขนมปังไร้แป้งคือ ทำอย่างไรให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสเหมือนขนมปังจริงๆ เพราะคนที่ชอบกินขนมปังโดยมากแล้ว คือหลงใหลในความนุ่มหอม และเนื้อสัมผัสที่หนุบหนับ ความจริงแล้ว เมื่อขนมปังไม่ได้ทำจากแป้งสาลี ก็คงไม่อาจให้เนื้อสัมผัสแบบเดียวกันเป๊ะๆ อย่างขนมปังทั่วไปที่คุ้นเคย นั่นคือโจทย์ใหญ่ที่ผู้ผลิตต่างคิดค้น ทดลอง จนมั่นใจว่า ได้ขนมปังที่มีความนุ่ม หอมไม่ต่างจากขนมปัง ส่วนเนื้อสัมผัสที่พบส่วนใหญ่ จะเหนียวกว่าขนมปังธรรมดาเล็กน้อย และนี่คือแบรนด์ขนมปังไร้แป้งที่ได้รับการพิสูจน์มาจากผู้บริโภคมากมายแล้วว่า แทบไม่ต่างจากขนมปังแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคย ----------🍞----------   Dancing With A Baker ผู้ผลิตขนมปังไร้แป้งเจ้าแรกๆ ของไทย เปิดขายมาราวๆ ปีเศษ เริ่มต้นจากกำลังผลิตขนมปังเพียง 4 ชิ้นต่อวัน จนปัจจุบัน รับยอดสั่งซื้อวันละกว่า 100 ออร์เดอร์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของแดนซิง วิธ อะ เบกเกอร์ หลักๆ มี 3 ชนิด ตั้งชื่ออย่างน่ารักว่า น้องเหลี่ยม น้องกลม และ น้องเลิฟ “น้องเหลี่ยม” และ “น้องกลม” เป็นขนมปังแผ่นแบนๆ ใหญ่ๆ รูปร่างสี่เหลี่ยมและกลมๆ ตามชื่อทำจากผงอัลมอนด์ ผงมะพร้าว เมล็ดแฟลกซ์ เนยจืด วีตโปรตีน ไข่ไก่ เกลือหิมาลายัน อิริทริทอล น้ำมันมะกอก และยีสต์ ชิ้นขนาด 150 กรัม มีคาร์โบไฮเดรต 4 กรัม ไฟเบอร์ 12 กรัม โปรตีน 39 กรัม ไขมัน 18 กรัม ให้พลังงาน 378 แคลอรีต่อชิ้น ซึ่งขนมปังหนึ่งชิ้นขนาดใหญ่เท่าสมุด แบ่งกินได้ 2-3 ครั้ง “น้องเลิฟ” ทำจากโอ๊ตไฟเบอร์เป็นหลัก เป็นสูตรล่าสุดที่พัฒนาขึ้นจนคล้ายขนมปังปกติได้มากที่สุด รูปร่างหน้าตาเหมือนขนมปังที่ใช้ทำฮอตด็อก ชิ้นขนาด 70 กรัม มีคาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไฟเบอร์ 10 โปรตีน 19 และไขมัน 7 กรัม ให้พลังงาน 150 แคลอรี และสื่งที่น่าสนใจคือบรรดาลูกค้าของแดนซิง วิธ อะ เบกเกอร์  นำขนมปังไปสร้างสรรค์กันอย่างสุดอลังการ ทำให้มีรสชาติที่หลากหลาย ลืมคำว่าน่าเบื่อของอาหารเพื่อสุขภาพไปได้เลย   แดนซิง วิธ อะ เบกเกอร์ มีวางขายตามร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพหลายแห่ง และช่องทางออนไลน์ www.dancingwithabaker.com หรือเฟซบุ๊ก dancingwithabaker ----------🍞----------   Pung Pae Ver ปังเป๊ะเวอร์ เรียกตัวเองง่ายๆ ว่าเป็น "ขนมปังคีโต” เป็นขนมปังแบบมีไส้ ทั้งคาวหวาน ตัวขนมปังหรือบันทำจากผงอัลมอนด์  ไข่ไก่ ไซเลี่ยมฮัสก์ และงาขี้ม่อน ใช้อิริทริทอลให้ความหวาน ไม่ใส่ยีสต์ ไม่ใช้ผงฟู ไม่มีไขมันทรานส์ และไม่มีกลูเต็น เปิดขายมาแล้วปีเศษและยังคงสร้างสรรค์รายการขนมปังใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ความโดดเด่นของปังเป๊ะเวอร์ คือมีไส้ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ไส้พื้นฐานอย่าง สังขยา ไข่เค็มลาวา ไก่พริกเผา ไปจนถึง ไส้ไก่แบบข้าวมันไก่ แกงกะหรี่ไก่ กราแตงกุ้ง แซลมอนไข่เค็ม เป็นต้น ขนมปังแต่ละรสชาติให้พลังงานไม่เท่ากัน เช่น ขนมปังเนยโฉดยอดฮิต ครีมเนยแน่นๆ 1 ชิ้น 161 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไส้ที่แคลอรีสูงสุด เห็นจะเป็น ไข่เค็มลาวา 1 ชิ้น 213 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 3.3 กรัม ส่วนที่แคลอรีต่ำสุดๆ คือ พิซซาไก่ชีส เพียง 78 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 2.5 กรัม ฯลฯ เลือกพิจารณากันได้ตามอัธยาศัย ขนมปังของปังเป๊ะเวอร์มีวางขายตามร้านอาหารเพื่อสุขภาพ และทางออนไลน์ที่ www.pungpaever.com หรือเฟซบุ๊ก pungpaever ----------🍞----------   Club No Sugar คลับ โน ชู การ์ ไม่ใช่แบรนด์ขนมปัง แต่คือร้านอาหารแนวใหม่ที่มีอาหารแบบคีโตเจนิกให้บริการอย่างเต็มอิ่ม มีครัวปรุงอาหารคีโตโดยเฉพาะ แยกจากครัวที่ปรุงอาหารปกติทั่วไป รายการอาหารคีโตที่น่าสนใจมีมากมาย เช่น ข้าวดอกกะหล่ำผัดไข่ ข้าวบุกผัดกุนเชียง สปาเกตตีไส้อั่วซอสกะเพรา พิซซาหน้าไข่เค็ม บันเบอร์เกอร์ รวมถึงขนมหวานทั้งขนมไทย ขนมเค้ก ขนมปัง มัฟฟิน เบเกอรีคีโตนานาชนิด ขนมไหว้พระจันทร์แบบคีโตก็มี ที่นี่ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่รวบรวมอาหาร ขนม และวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารคีโตเจนิกไว้อย่างครบครัน ความจริงแล้วอาหารแบบคีโตเจนิก คนทั่วไปก็สามารถรับประทานได้ โดยเฉพาะอาหารที่ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล เพียงแต่ควรระวังอาหารที่มีสัดส่วนไขมันสูง อย่างไรก็ตาม ที่ คลับ โน ชูการ์ ก็มีรายการอาหารปกติทั่วไปให้บริการด้วย Club No Sugar ถนนพระราม 3 (ระหว่างซอยพระรามสาม 39-41) โทร. 06 3146 8224 สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โทร. 06 3883 8111 เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 - 22.00 น. สั่งอาหารผ่านไลน์ ID: @CLUBNOSUGAR เฟซบุ๊ก: Club No Sugar ----------🍞----------   I Bake You Take ขนมปังเพื่อสุขภาพอีกหนึ่งแบรนด์ที่คนเป็นเบาหวานกินได้ ชนเผ่าคีโตกินดี เป็นขนมปังเปล่าๆ แบบขนมปังปอนด์ หลักๆ มีให้เลือก 3 แบบคือ “Yeast bread” ทำจากเมล็ดแฟลกซ์ป่น ผงอัลมอนด์ โอ๊ตไฟเบอร์ ใส่ไข่ เนย และมีกลูเตน ให้พลังงาน 78 แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 1.3 กรัม ไขมัน 4 กรัม โปรตีน 8.3 กรัม, “Nut and seed bread” ทำจากโอ๊ตไฟเบอร์ มีส่วนผสมของเมล็ดแฟลกซ์ป่น เมล็ดเชีย งาขาว งาดำ เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์สไลซ์ ใส่เนย ไข่ และมีกลูเตน ให้พลังงาน 89 แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไขมัน 4.7 กรัม โปรตีน 8.8 กรัม, “Keto soft buns” ขนมปังก้อนกลม ทำจากผงอัลมอนด์ ผงมะพร้าว ไซเลียมฮัสก์ ใส่ไข่ขาว เกลือหิมาลายัน ใช้เนยแท้ ไม่มีกลูเตน ให้พลังงาน 188 แคลอรี มีคาร์โบไฮเดรต 2 กรัม ไขมัน 15.6 และโปรตีน 7.6 กรัม ซึ่งขนมปังของ ไอเบกยูเทกหอม นุ่มนิ่ม ให้รสสัมผัสคล้ายขนมปังปกติมากๆ นอกจากนี้ ยังมีแยมสตรอเบอรีโฮมเมดผสมเมล็ดเชียไม่ใส่น้ำตาล และชีสเค้กหน้าไหม้ Keto Basque burnt cheese cake ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล ที่ทำสดใหม่ โดยสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/OranaiIBYT ----------🍞----------   ที่มา: Mercedes ME Magazine 03/2020

By MercedesBenz

เผลอแป๊บเดียวก้าวเข้าสู่เกือบจะครึ่งปี 2564 แล้ว สถานการณ์โควิดก็มาระบาดซ้ำระลอก 3 ทำให้ปีนี้เป็นปีที่หนักกับทุกคนใช้ชีวิตอยู่บนความกลัว ความหวาดระแวง จากโรคร้ายไวรัสโควิด-19 ที่ดูทีท่าจะมีแต่พบผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อมากยิ่งขึ้นทุกวัน แต่ในขณะเดียวกันทั่วโลกก็ได้เดินหน้าระดมการฉีดวัคซีนโควิดให้ได้อย่างรวดเร็วและมากที่สุด เพื่อปกป้องชีวิตทุกคนในประเทศ แม้แต่ประเทศไทย เรามาเบรคช่วงสถานการณ์ที่ทำให้เหนื่อยและท้อ มาเช็คดวงแม่นๆ 12 ราศี ประจำเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2564 ที่จะทำให้หลายคนได้มีรอยยิ้มและมีกำลังใจกันบ้าง   ราศีมังกร 15 ม.ค. - 14 ก.พ. 2564 นั่งลงสักพัก สูดลมหายใจลึกๆ ทุกอย่างมีเวลาของมัน คุณทำดีที่สุดแล้วและไม่มีอะไรน่ากังวลสักนิด ปล่อยวางความเครียดและยืดหยุ่นกับตัวเองหน่อย! อดทนไว้ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นสำหรับผู้ที่รอเป็นเสมอ หากคุณคิดเริ่มต้นทำธุรกิจ มองหางาน หรือทำสิ่งใหม่ๆ นี่คือโอกาสที่ดีมาก คุณควรลงมือทำทันที นอกจากนี้การเงินและสุขภาพของคุณยังดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ในด้านความรัก เราอยากให้คุณเชื่อมั่นไว้ว่า “ความรักที่ดีเป็นของคุณเสมอ” โปรดอย่ากังวล ความรักจะมาเมื่อคุณเปิดใจและกล้าก้าวข้ามผ่านความกลัว ส่วนคนมีคู่ ไม่มีทุกอย่างได้ดั่งใจเราเสมอไปหรอก ปล่อยวางได้ก็ปล่อย อย่าไปยึดติดหรือมีอีโก้มาก ฝึกให้อภัยกัน ความสัมพันธ์จะได้ราบรื่นยั่งยืน ----------||---------   ราศีกุมภ์ 15 ก.พ. - 14 มี.ค. 2564 เป็นช่วงเวลาที่ความคิดสร้างสรรค์ของคุณโลดแล่นอย่างเต็มที่ อาจมีงานหรือโปรเจคที่คุณต้องทำแต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ลองเปลี่ยนสภาพแวดล้อมสักหน่อย คุณจะค้นพบความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำค่า อย่ากลัวที่จะทำความฝันของคุณให้เป็นจริง และทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทุกสิ่งที่ดีมาพร้อมกับความเสียสละ และเป้าหมายทางการเงินของคุณก็ไม่ต่างกัน ในด้านสุขภาพอาจต้องใส่ใจในเรื่องการนอนหลับ พักผ่อน และรับประทานให้ตรงเวลาให้มากกว่านี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณในอนาคต สำหรับเรื่องความรักคุณอาจปรารถนาที่จะมีความรักเข้ามาในชีวิตมากขึ้น บางคนอาจพร้อมที่จะเปิดรับความรักครั้งใหม่ หรือปรับปรุงความสัมพันธ์ในปัจจุบันของคุณให้ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นอะไรทุกอย่างกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ----------||---------   ราศีมีน 15 มี.ค. - 14 เม.ย. 2564 คุณอาจมีการตัดสินใจครั้งสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากคุณอาจรู้สึกว่ามีทางเลือกต่างๆ เข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะเรื่องเงินทอง หรือความรัก ซึ่งคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของคุณ เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือคนที่เป็นผู้ชาย จะสามารถให้คำแนะนำในการตัดสินใจที่เหมาะสมสำหรับคุณได้ ในช่วงนี้คุณอาจรู้สึกเครียดหรือกังวลใจ เราเข้าใจว่าคุณเจ็บปวดกับสิ่งที่คุณเผชิญ แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่สิ่งอื่นๆ ที่ดี อาจช่วยให้คุณมองเห็นวิธีแก้ปัญหาได้มากขึ้น หากคุณกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงิน ให้พยายามจดจ่อกับสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อเพิ่มรายได้ ในเรื่องของความรัก มีโอกาสที่คนรักเก่าจะกลับมา ส่วนใครที่มีคู่อยู่แล้ว แม้จะมีปัญหากันบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้และหายเป็นปกติได้ หากคุณเรียนรู้ที่จะการให้อภัยกัน ----------||---------   ราศีเมษ 15 เม.ย. - 15 พ.ค. 2564 ตอนนี้อาจดูเหมือนว่ามีอะไรมากมายเกิดขึ้นในชีวิตคุณ มีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นซึ่งบางครั้งอาจครอบงำคุณได้ พายุกำลังถาโถมคุณอยู่ แต่พายุไม่ได้อยู่ตรงนี้เสมอไปหรอก อีกสักพักมันจะหยุดและพัดผ่านไป ไม่ว่าคุณจะผ่านอะไรมา แสงจะส่องสว่างอีกครั้ง ลองขอคำชี้แนะจากใครสักคนเพื่อช่วยจัดการปัญหาปัจจุบันของคุณ หากคุณลงทุน คุณจะได้รับผลตอบแทนในไม่ช้า เช่นเดียวกับการทำงานหนักที่คุณได้ทุ่มเท ท้ายที่สุดแล้วมันคุ้มค่ากับแรงกายแรงใจแน่นอน การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรทำในช่วงนี้ ในเรื่องความรัก จะมีคนเข้ามาในชีวิตของคุณ และนี่คือเนื้อคู่ของคุณเอง แม้เขาจะไม่ตรงสเป็ค แต่ลองเปิดใจดูหน่อย คุณอาจสัมผัสกับรักแท้อีกครั้ง ส่วนคนมีคู่ถือว่าโชคดีมากๆ เพราะคนนี้เป็นคู่แท้ของคุณ ----------||---------   ราศีพฤษภ 16 พ.ค. - 15 มิ.ย. 2564 นี่คือช่วงเวลาแห่งความอุดมสมบูรณ์สำหรับคุณ ทั้งแสงสว่างและความสมบูรณ์ของชีวิต คุณจะเจริญรุ่งเรืองทั้งงาน เงิน และความรัก เริ่มมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตมากมาย ใช้เวลาชื่นชมสิ่งดีๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขอบคุณแสงที่นำทางคุณและเติมเต็มโลกของคุณด้วยสิ่งที่ยอดเยี่ยม การเงินของคุณจะดีขึ้นอย่างมาก อย่ากลัวที่จะลองลงทุนหากคุณต้องการส่วนสุขภาพจัดว่าแข็งแรง ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีในการคว้ารองเท้ากีฬาและออกไปยิม สำหรับความรัก หากคุณเป็นคนโสดที่กำลังรอรักแท้ บอกเลยว่าเนื้อคู่ของคุณกำลังมา เผลอๆ อาจเร็วกว่าที่คาดไว้ ส่วนคนมีคู่ ไม่ต้องสงสัยหรอก

By MercedesBenz

บริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด นำโดย คุณจักรพันธ์ รัตนเพชร ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ สร้างสรรค์บริการพิเศษส่งความอิ่มอร่อยถึงบ้านตอบรับวิถีชีวิตแบบ New Normal ด้วย Silver Voyage White Glove Delivery บริการจัดส่งอาหารระดับพรีเมียมส่งตรงถึงบ้านคุณ ด้วยความปลอดภัยด้านอนามัยสูงสุด Silver Voyage White Glove Delivery บริการจากแบรนด์ Silver Voyage Club แบรนด์ผู้สร้างประสบการณ์เพื่อการจดจำ ภายใต้การบริหารของบริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด บริการที่เริ่มต้นจากแนวคิดฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน กับพันธมิตรร้านอาหารและภัตตาคารชั้นนำ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยวางรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างจากการจัดส่งอาหารทั่วไป ด้วยคุณภาพที่เหนือระดับตั้งแต่จัดส่งโดยทีมงานสวมถุงมือขาว ที่เน้นความสะอาด ปลอดภัย ไร้เชื้อ ได้คัดเลือกร้านอาหารชั้นนำชื่อดังที่มีครัวมาตรฐานสูงของกรุงเทพฯ อาทิ ร้านสุพรรณิการ์ กับอาหารไทยรสชาติต้นตำรับอาหารไทยพื้นบ้านสูตรโบราณ, Nara Thai Cuisine อาหารไทยร่วมสมัยระดับพรีเมียมที่เน้นความกลมกล่อมของรสชาติ, Coffee Bean by Dao อาหารไทยและนานาชาติกับรูปลักษณ์และรสชาติที่ทุกคนคุ้นเคย, Water Library อาหารสไตล์ตะวันตกรสชาติล้ำลึก, ส.โภชนา สั่งได้ทั้งอาหารจีนและอาหารไทยรสชาติเข้มข้น, Hotto Bun ที่มี ‘บันไส้ทะลัก’ เป็นเมนูซิกเนเจอร์อร่อยเด็ด หรือสำหรับคนชอบชาบู สามารถเลือกเซ็ตพิเศษ ทั้งวัตถุดิบและหม้อครบชุดให้รับประทานกันได้ทั้งครอบครัว หรือถ้าอยากลองอาหารระดับมิชลินก็สั่งได้กับ Chim by Siam Wisdom อาหารไทยประยุกต์โดยเชฟระดับมิชลินสตาร์ เป็นต้น โดย Silver Voyage White Glove Delivery ให้บริการจัดส่งอาหารจากร้านโปรดถึงทุกบ้านและทุกคอนโด ในแบบจัดเซ็ตพร้อมรับประทาน ด้วยหลักปฏิบัติสำคัญในการจัดส่ง 3 ประการคือ 1. ใช้รถซีดานจัดส่งอาหารเพื่อความปลอดภัย สะอาด และปราศจากฝุ่นและการปนเปื้อนระหว่างการส่ง รถลิมูซีนจะผ่านการพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อไวรัสทุกเที่ยวการส่ง 2. จัดการแยกประเภทของอาหารเพื่อลดการปนเปื้อนต่างๆ 3. จัดส่งอาหารโดยพนักงานสวมถุงมือขาว ที่เน้นความสะอาดไร้เชื้อไวรัส มุ่งเน้นลดการสัมผัสให้น้อยที่สุดในการจัดส่งอาหาร   สิทธิพิเศษ • สำหรับเมนูอาหารร้านดัง เริ่มต้นเซ็ตเมนูที่ 1,000 บาท ค่าบริการจัดส่ง 350 บาทในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ถือบัตร Citi Mercedes Credit Card ฟรี! ค่าจัดส่ง 350 บาท เงื่อนไข • สำหรับผู้ถือบัตร Citi Mercedes Credit Card เท่านั้น เพียงแจ้ง Code: SVMC2021 จำกัด 200 สิทธิ์ สาขาที่ร่วมรายการ สอบถามเมนูและจองการส่งได้ง่ายๆ ผ่าน World Reward Solutions Concierge โทร. 0 2016 9975 หรือสั่งออนไลน์ได้ที่ http://whiteglove.worldrewardsolutions.com ติดตามข้อมูลต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/worldrewardsolutions ระยะเวลา • ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2564

By MercedesBenz

ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่โควิด-19 ก็ยังคงเป็นสิ่งที่เราต่างต้องเฝ้าระวัง เพราะเมื่อไหร่ที่เผลอก็อาจเปิดโอกาสให้เชื้อโรคตัวร้ายนี้เข้ามาทำลายเราได้ ดังนั้นการใช้ชีวิตแบบ New Normal จึงยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ   วัดไข้เป็นระยะ เพราะเชื้อโรคที่กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ได้มีการกลายพันธุ์ ทำให้อาการที่แสดงออกอาจไม่ชัดเจนนัก แถมยังติดต่อกันได้ง่ายกว่าเดิมอีก ดังนั้นตราบใดที่ไม่สามารถเก็บตัวอยู่กับบ้านได้ 100% ก็ยังคงต้องเพิ่มความระมัดระวัง และคอยสังเกตอาการตัวเองและคนใกล้ชิด โดยนอกจากจะมีหน้ากาก เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือเป็นของสำคัญที่ต้องพกติดกระเป๋าแล้ว ปรอทวัดไข้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องเพิ่มเข้ามา เพื่อคอยเช็กระดับอุณหภูมิในร่างกายว่าสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียสหรือไม่ ควบคู่ไปกับการสังเกตอาการอื่นๆ เช่น ไอ หายใจเหนื่อยหอบ รวมถึงประสิทธิภาพการได้กลิ่น -||-   โหลดแอปฯ จำเป็น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ทุกพื้นที่นอกบ้านกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง เราจึงต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ใช้ชีวิตโดยถูกจำกัดพื้นที่และเวลา ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อนการใช้ชีวิตดังกล่าวคงยากกว่านี้ โชคดีที่ตอนนี้เทคโนโลยีได้ก้าวล้ำไปไกลแล้ว การใช้ชีวิตแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ขอเพียงแค่เรามีแอปพลิเคชันตัวช่วยต่างๆ เช่น Grab, Lineman หรือ Foodpanda สำหรับสายกิน Lazada, Shopee, JD central และ King power สำหรับสายช้อป TrueMoney Wallet, Rabbit LINE Pay, Airpay, GrabPay Wallet และแอปธนาคารต่างๆ สำหรับสายทำธุรกรรม ด้านสายจ่ายตลาดก็มี Big C online, Tesco Lotus, CP Freshmart, Tops, Makro, Surapon Foods Online, HappyFresh ที่น่าจะพอช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยจากเชื้อไวรัสนี้ไปได้ -||-   เปลี่ยนบ้านให้เป็นที่ (น่า) ทำงาน เมื่อ “บ้าน” กลายเป็นสถานที่ทำงานในช่วงเวลาที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม การจัดบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศ สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งไหนๆ ก็มีโอกาสได้ทำงานที่บ้านทั้งที ก็ลองปรับเปลี่ยนมุมโปรดของบ้าน ให้กลายเป็นที่นั่งทำงาน โดยจัดหาที่นั่งให้เหมาะสม เสริมบรรยากาศด้วยข้าวของตกแต่งตามความชอบ เพื่อช่วยผ่อนคลาย และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีในการทำงานผ่านโน๊ตบุ๊ก แท็ปเล็ต หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ โดยใช้วิธีการพูดคุยสื่อสาร หรือส่งงานผ่านอีเมล ไลน์ หรือ WhatsApp รวมถึงประชุมงานกันโดยใช้ Video Conference ผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Line ที่สามารถ Group Call ได้สูงสุดถึง 200 คน หรือถ้าเป็นการประชุมกลุ่มเล็กก็สามารถใช้ Google Hangout เพราะสะดวกต่อการแชร์เอกสาร เช่นเดียวกับ Zoom ที่สามารถแชร์หน้าจอของผู้ร่วมประชุม หรือ Microsoft Teams ที่สามารถบันทึกการประชุมได้ด้วย -||-   เดินทางอย่างปลอดเชื้อ ไม่ใช่แค่พื้นที่ภายในบ้านเท่านั้น ที่ต้องดูแลรักษาความสะอาดให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัส แต่ในยุคปัจจุบัน “รถ” ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เราใช้เวลาอยู่ไม่น้อยไปกว่าบ้าน ดังนั้นจึงต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษเช่นกัน โดยช่วงนี้อาจจะต้องนำรถไปล้างให้บ่อยขึ้น เนื่องจากเราไม่อาจรู้ได้ว่ามีใครมาสัมผัสรถเราบ้าง ส่วนภายในรถก็ทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในรถยนต์ทั่วไป โดยเน้นบริเวณจุดสัมผัส เช่น เบาะ พวงมาลัย หัวเกียร์ มือจับประตู พรม ที่เท้าแขน พนักพิงศีรษะ ให้มากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในระหว่างวันก็อาจนำรถไปจอดตากแดดบ้าง เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ อีกทั้งเมื่อเข้ามาภายในรถแล้ว สิ่งที่ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารทุกคนจะต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกคือ การล้างมือด้วยเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ รวมถึงสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ในรถ -||-   พูดคุยเว้นระยะ ในช่วงเวลาแบบนี้ บางทีก็ต้องยอมที่จะกลับไปใช้ชีวิตในสังคมก้มหน้า เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนรอบข้าง เพราะการพูดคุยกันต่อหน้าอาจนำมาซึ่งเชื้อโรคตัวร้ายนี้ ด้วยว่าเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า อีกฝ่ายที่เราพูดคุยด้วยเขาไปรับเชื้อมาหรือไม่ รวมทั้งตัวเราเองก็อาจมีเชื้ออยู่โดยไม่แสดงอาการก็ได้ หากดูจากไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อก็จะเห็นว่าบางคนเพียงแค่ไปซื้อของจ่ายตลาด ไม่น่าจะมีการพูดมากมายนัก แต่กลับได้รับเชื้อมา นั่นจึงยิ่งทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการพูดคุยสื่อสารเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ แล้วหันมาใช้การพูดคุยสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมล โทรศัพท์ หรือการแชทแทน หรือหากจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันต่อหน้าจริงๆ ก็จำเป็นต้องเว้นระยะห่างระหว่างกัน 1 - 2 เมตร รวมถึงต้องสวมใส่หน้ากากอย่างถูกต้องตลอดเวลา -||-   เป็นนักจัดการบริหารเวลา ถ้าหากว่ายังจำเป็นต้องใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงาน ซื้อของ หรือกินข้าว ต้องรู้จักวางแผน และบริหารเวลาให้เป็น เพื่อที่ว่าจะได้ใช้เวลาอยู่นอกบ้าน ซึ่งทุกพื้นที่ถือเป็นความเสี่ยงให้น้อยที่สุด โดยอาจหาเวลา 1 วันต่อสัปดาห์ ให้เป็นวันที่จะออกไปจัดการทำธุระจำเป็นนอกบ้าน โดยก่อนหน้านั้นสิ่งที่ต้องทำคือ การจดรายการที่จำเป็นต้องทำ เพื่อจะได้วางแผนการเดินทาง รวมถึงดูว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นมีอะไรที่สามารถนัดหมายหรือสั่งจองล่วงหน้าได้บ้าง จะได้เป็นการประหยัดเวลา และลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับเชื้อไวรัสโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ก่อนที่จะไปยังร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ต่างๆ ให้ตรวจสอบดูก่อนว่าที่ที่จะไปนั้น มีประวัติการเดินทางไปของผู้ติดเชื้อในช่วงเวลาก่อนหน้าหรือไม่ รวมถึงมีมาตรการดูแลความสะอาด และเฝ้าระวังการแพร่เชื้ออย่างไรบ้าง มีการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ หรือจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่างตามความเหมาะสมหรือไม่ และเมื่อกลับถึงบ้านแล้วให้ถอดรองเท้า ทิ้งหรือทำความสะอาดหน้ากากอย่างเหมาะสม ก่อนจะตรงไปล้างมือ และอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที -||-   ออกกำลังกายแบบปลอดภัย สำหรับสายเฮลท์ตี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ฟิตเนส และสถานออกกำลังกายต่างๆ ปิดให้บริการอีกครั้ง ระหว่างนี้อาจหลีกเลี่ยงที่สาธารณะแล้วหันมาออกกำลังกายผ่านคลิป เฟสบุ๊กไลฟ์ หรือ Youtube Channel ของบล็อกเกอร์สายสุขภาพ ที่มีให้ติดตามมากมาย ทั้งยังสามารถกดย้อนเพื่อศึกษาท่าทางที่ถูกต้องได้อีกด้วย ส่วนใครที่ยังต้องการเทรนเนอร์ส่วนตัว ก็สามารถใช้การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ โดยใช้เป็นการส่งรูป คลิปวิดีโอสาธิต หรือวิดีโอคอล เพื่อการออกกำลังกายอย่างถูกวิธีและต่อเนื่องได้เช่นกัน ------------------------------------ ที่มา: Mercedes Card Journal Issue01/2021

By MercedesBenz

อยากตรวจสอบสมรรถภาพรถ ครบกำหนดเช็คระยะ แต่ก็ไม่สะดวกใจ ถ้าต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้คน! เรื่องง่ายๆ เพียงแค่การนำรถเข้าศูนย์บริการฯ ก็กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากทันที ในยุคที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นวันนี้ ที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิต New Normal ที่ต้องเว้นระยะห่าง ไร้การสัมผัส พร้อมมอบความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน มาทำความรู้จักนวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่ Drop & Go CONTACTLESS Service ครั้งแรกในประเทศไทยกับบริการนำรถเข้าศูนย์ฯ แบบไร้การสัมผัส เชื่อมต่อเทคโนโลยีที่มอบทั้งความสะดวกสบายและปลอดภัย โดย เบนซ์ตลิ่งชัน และ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ผู้จำหน่ายและให้บริการเมอร์เซเดสเบนซ์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้สร้างสรรค์ขึ้นตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง โดยผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถนำรถเข้าศูนย์ฯ ได้เพียงปลายนิ้วรวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส ผ่านบริการแอปพลิเคชันในแพลตฟอร์มออนไลน์ ตอบโจทย์ทั้งในเรื่อง ความสะดวก ช่วยให้จองนัดเข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็วทันใจ ประหยัดเวลา เพื่อจะได้ใช้เวลาที่เหลือไปทำภารกิจอื่นๆ ได้ด้วย ปลอดภัย เพราะไม่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับใคร เลี่ยงการนั่งรออยู่ในศูนย์บริการฯ ที่มีคนจำนวนมาก สำหรับ บริการ Drop & Go CONTACTLESS Service นวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่นำรถเข้าศูนย์ฯ สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ เพียง ADD LINE @benztalingchan หรือ @attaautohaus แล้ว CLICK MENU > Drop & Go CONTACTLESS เลือกวัน เวลา กรอกข้อมูลรถยนต์ และการบริการที่ท่านต้องการ ขับรถมาที่ศูนย์ฯ DROP กุญแจรถยนต์ของท่านในกล่อง drop box และ สามารถกลับบ้านได้ทันที สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อกลับด้วยระบบ e-document และชำระค่าสินค้าและบริการผ่านระบบ e-payment ความไฮเทคยังไม่หมดเพียงเท่านี้! สำหรับผู้เข้ารับบริการที่ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ดิจิทัลโชว์รูมแห่งแรกในไทย บนถนนราชพฤกษ์ ยังสามารถพูดคุยกับที่ปรึกษาบริการแบบเสมือนจริงผ่าน ATTA BOT แอทต้าบอท หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก บริเวณจุดส่งมอบรถยนต์ Service Lobby อีกด้วย ทั้งนี้นอกเหนือจากบริการ Drop & Go CONTACTLESS สุดทันสมัยแล้ว สำหรับผู้ที่มาที่ศูนย์บริการฯ ด้วยตนเอง เบนซ์ตลิ่งชัน และแอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ยังให้บริการนำรถเข้าศูนย์ฯ ถึงบ้าน Delivery & Pick up @HOME, บริการตรวจสอบสภาพรถถึงบ้าน Mobile Service @HOME ที่ครอบคลุมทั้งการซ่อมบำรุงตามระยะทาง และบริการซ่อมสีและตัวถังจากอุบัติเหตุต่างๆ ด้วยเครื่องมือและทีมช่าง (Certified Technicians) ที่ได้รับการแต่งตั้งและรับรองอย่างเป็นทางการ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย (Mercedes-Benz Authorized Service Center & Body & Paint Center) อีกด้วย สัมผัสประสบการณ์การให้บริการสุดพิเศษที่แสนสะดวกสบาย ปลอดภัย มั่นใจในมาตรฐาน ได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์มาตรฐานทั้ง 2 แห่ง -เบนซ์ตลิ่งชัน (Authorized Mercedes-Benz Service Center & Authorized Body& Paint Workshop) 24hrs.Call Center: 0 2767 8888 LINE OA: @benztalingchan -แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ (Authorized Mercedes-Benz Service Center) 24hrs. Call Center: 0 2045 9999 LINE OA: @attaautohaus

Become A Journalista